เรื่องย่อ หนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน (Misaeng) ตอนที่ 10

หัวหน้าโอขับรถออกจากสนามบินในสภาพอ่อนล้าและทรุดโทรมสุดๆ ปรากฏว่าบนทางด่วนรถติดอย่างหนัก หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมงดงชิกอดเป็นห่วงไม่ได้เลยโทรฯ ไปหาหัวหน้าโออีกที หัวหน้าโอพยายามข่มใจไม่ให้สติแตกขณะบอกว่ารถของตนเพิ่งจะขยับเพียง 500 เมตร เขากล่าวกับดงชิกว่าพวกตนควรออกจากคอมฟอร์ตโซนเพื่อให้แสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิตแทง้างจากนั้นก็หัวเราะร่า ดงชิกเตือนว่าถ้าหัวหน้าโอไม่ไปพบลูกค้าด้วยตนเองจะถูกไล่ออก  หัวหน้าโอบอกตามตรงว่าต่อให้รีบมากแค่ไหนตนก็ไม่มีทางไปถึงทันเวลาเพราะตอนนี้รถวิ่งด้วยความเร็วเพียง 12 กม./ช.ม. ขณะที่จุดนัดพบอยู่ห่างออกไป 8 กม. ตนจะไปถึงที่หมายในอีก 50 นาทีข้างหน้า และนั่นก็หมายความว่าตนจะไปสายถึง 30 นาที

ดงชิกชักเริ่มสติแตกและร้องหาเบอร์ผู้จัดการข้าง คือแรจึงต่อสายให้ทันที (ดงชิกรู้สึกแปลกใจที่คือแรในวันนี้ต่างจากเมื่อวานลิบลับ แต่เขายุ่งเกินกว่าจะใส่ใจ) ปรากฏว่าผู้จัดการข้างบอกให้ส่งคือแรไปรับหน้าลูกค้าขณะที่หัวหน้าโอยังไปไม่ถึง  ดงชิกได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้ง เขาพยายามบอกผู้จัดการข้างว่าคือแรยังทำอะไรไม่ค่อยเป็นแต่ผู้จัดการข้างไม่ฟัง ดงชิกหยิบกล่องตัวอย่างสินค้า (เค้กข้าวโสม) ให้คือแรโดยบอกให้นำไปมอบแก่ลูกค้า และบอกว่านี่เป็นโอกาสที่คือแรจะได้พิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นมองว่าตนเองก็มีดี ถึงแม้ว่าจะไม่เคยมีดีมาตลอด 26 ปีก็ตาม ดงชิกไม่คิดว่าคือแรจะเอาลูกค้าชาวต่างชาติอยู่ และกลัวว่าเขาจะก่อเรื่องให้บริษัทเดือดร้อน จึงเตรียมทำจดหมายขอขมาเอาไว้ 2 ชุด (สำหรับตนและหัวหน้าโอ)

เมื่อไปถึงจุดนัดพบ หัวหน้าโอก็หยอดตาพลางโวยลั่นที่ดงชิกส่งพนักงานฝึกหัดอย่างคือแรมาพบลูกค้าคนสำคัญทั้งๆ ที่คือแรพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พอเดินเข้าไปหาลูกค้าเขาก็พบว่าลูกค้ากำลังเพลิดเพลินกับการเล่นเกมพาตุกบนกระดาษจนลืมเวลา  หลังเสร็จธุระแล้วทั้งคู่ก็เดินทางกลับออฟฟิศ ขณะอยู่ในรถหัวหน้าโอถามคือแรว่าเขาทำอะไรก่อนมาทำงานที่นี่ คือแรบอกตามตรงว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หัวหน้าโอบอกตามตรงว่าคือแรโชคดีที่เผ่านาตอนตนไม่อยู่ เพราะถ้าตนอยู่ตนจะไม่ยอมให้บริษัทว่าจ้างคือแรเด็ดขาด ต่อให้คือแรเป็นลูกชายโอบาม่าก็ตาม เพราะเขาต้องการคนที่เป็นงานอยู่แล้วและสามารถทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งสอน