เรื่องย่อ มังกรหยก (The Legend of the Condor Heroes 2017) ตอนที่ 3

หยางเถี่ยซิน [เอี๊ยทิซิม] คิดว่านักพรตคนดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นนักฆ่าจึงเปิดฉากจู่โจม ก่อนหยิบทวนสกุลหยางออกมาเล่นงานนักพรต นักพรตมองว่าหยางเถี่ยซินเอาจริงจึงชักกระบี่คู่กายออกมาต่อสู้ หลังพาสองสาวไปหลบในที่ปลอดภัย กัวเสี้ยวเทียน [ก๊วยเซาเทียน] ก็รีบออกมายืนดูหยางเถี่ยซินต่อสู้กับนักพรตด้วยความเป็นห่วง ครั้นได้เห็นเพลงทวนของหยางเถี่ยซิน นักพรตก็รู้ทันทีว่านี่คือเพลงทวนสกุลหยางที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เขาจึงหยุดต่อสู้และยกย่องความสามารถของหยางเถี่ยซิน ก่อนถามว่า "หยางจ้ายซิน" (หนึ่งในแม่ทัพของราชวงศ์ซ่งใต้ เป็นลูกน้องของ "เยว์เฟย" [งักฮุย]) คือบรรพบุรุษของหยางเถี่ยซินใช่หรือเปล่า เมื่อหยางเถี่ยซินตอบว่าใช่ นักพรตจึงเดาออกว่าทวนที่หยางเถี่ยซินใช้คือทวนของนักรบสกุลหยาง

นักพรตสงสัยว่ากัวเสี้ยวเทียน [ก๊วยเซาเทียน] เป็นใคร กัวเสี้ยวเทียนจึงบอกชื่อแซ่ของตน หยางเถี่ยซิน [เอี๊ยทิซิม] เสริมว่า กัวเสี้ยวเทียนเป็นพี่น้องร่วมสาบานของตนและยังเป็นลูกหลานของ "กัวเซิ่ง" (หนึ่งใน 108 ผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน) อีกด้วย พอรู้ว่าสองชายหนุ่มต่างเป็นลูกหลานของนักรบกู้ชาติ ไม่ใช่คนของทางการอย่างที่ตนคิด นักพรตจึงเอ่ยปากขอโทษที่เข้าใจผิด ที่แท้นักพรตคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นคือ  "ชิวฉู่จี" [คูยก่กี] หนึ่งในเจ็ดนักพรตเต๋าแห่ง "สำนักเฉวียนเจิน" [สำนักช้วนจินก่า] สองชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็รู้สึกยินดีที่ได้พบยอดความสามารถผู้เลื่องชื่อ (ซึ่งมักตามเด็ดหัวคนคิดคดทรยศชาติ)  จึงเชิญนักพรตชิวฉู่จีเข้าไปร่ำสุราและทานอาหารในบ้านอีกรอบ

ทั้งสามคนยังไม่ทันเข้าบ้านก็มีกลุ่มชายชุดดำควบม้าฝ่าหิมะเผ่านาในหมู่บ้าน ชิวฉู่จี [คูยก่กี] กล่าวว่าตนฆ่าคนขายชาติ คนเหล่านั้นจึงมาตามล่าตน เขาไม่ต้องการให้สองชายหนุ่มเดือดร้อนจึงบอกให้ทั้งคู่รีบเข้าไปหลบในบ้านและห้ามออกมาข้างนอกเด็ดขาด จากนั้นก็รับมือกับศัตรูที่ใช้หน้าไม้และกระบี่เป็นอาวุธตามลำพัง  หยางเถี่ยซิน [เอี๊ยทิซิม] ไม่อาจทนดูชิวฉู่จีต่อสู้เพียงลำพังจึงคิดออกไปช่วย แต่เปาซีรั่ว [เปาเซียะเยียก] เมียของเขาห้ามเอาไว้ ชายชุดดำคนหนึ่งเล็งหน้าไม้ไปที่ชิวฉู่จี แต่ชิวฉู่จีปัดป้องเอาไว้ได้ แถมลูกศรยังพุ่งกลับไปปักอกชายคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเสียเอง หลังชิวฉู่จีปราบกลุ่มชายชุดดำได้หมดแล้ว  หยางเถี่ยซินกับกัวเสี้ยวเทียน [ก๊วยเซาเทียน] จึงออกมาสำรวจว่าผู้บุกรุกเป็นใคร ที่แท้กลุ่มชายชุดดำคือคนของอาณาจักรต้าจิน [กิม] ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของต้าซ่ง ชิวฉู่จีชี้ว่าตนพึ่งตัดหัว  "หวังเต้าเฉียน" (ขุนนางทหารของราชวงศ์ซ่งใต้ที่สมคบคิดและรับสินบนจากต้าจิน) พวกจินเลยตามมาแก้แค้นตน

เรื่องย่อ ปาฏิหาริย์รักจากดวงดาว (Silence) ตอนที่ 2

อยู่ๆ ก็มีรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถเมล์คันที่คุณกับจั่วจวินโดยสารมาแบบกระชั้นชิดเป็นเหตุให้รถชนกัน หลังจากนั้นรถเมล์ก็เสียหลักพลิกตะแคงก่อนไถลไปตามถนน ในตอนนั้นคุณตระหนกตกใจกลัวมากและคิดว่าคงไม่รอดแน่ จั่วจวินรีบอุ้มคุณไปส่งโรงพยาบาล (เป็นโรงพยาบาลเก่าแก่และโรงพยาบาลเดียวในเมืองนั้น) พลางร้องเรียกหมอทั้งที่เขาเองก็เจ็บไม่น้อย คุณพยายามร้องวิงวอนแต่กลับไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆก็ตาออกมา (ในตอนนั้นเหว่ยอี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นเซินเซินถูกอุ้มเผ่านาโดยมีบาดแผลตามร่างกาย) หลังพยายามรักษาด้วยวิธีการต่างๆ แต่ไม่เป็นผล ในที่สุด "หมอซู" จึงบอกแม่ของคุณว่า คุณคงช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงมีปัญหาเรื่องการพูดชั่วคราว เมื่อลุงจั่วรู้เข้าก็ดุด่า ทุบตี และโทษว่าเป็นความผิดของจั่วจวิน แถมยังบอกให้จั่วจวินดูแลรับผิดชอบคุณชั่วชีวิตหากคุณไม่สามารถพูดได้อีกต่อไป นั่นจึงเป็นนัดแรกที่คุณเห็นจั่วจวินรู้สึกผิดจนพูดไม่ออก (จั่วจวินยอมให้พ่อลงโทษโดยไม่โต้เถียงสักคำ)

ขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล คุณไม่ต้องการจะเชื่อว่าตนเองอาจพูดไม่ได้ตลอดชีวิตเลยวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้าโรงพยาบาล จากนั้นก็พยายามเปล่งเสียงตะโกนอย่างสุดทักษะแต่กลับไม่มีเสียงอะไรก็ตามเล็ดลอดออกมา อยู่ๆ คุณก็คิดว่าตัวเองโดดเดี่ยวและสิ้นหวังเหมือนเป็นมนุษย์ต่างดาวจากนอกโลก เพราะมนุษย์ต่างดาวไม่สามารถสื่อสารกับคนบนโลกได้แต่รู้และเข้าใจว่าคนบนโลกคิดอะไร ด้วยเหตุนี้คุณจึงทิ้งข้อความ (ถึงมนุษย์ต่างดาว) ไว้ในช่องลับภายในสถานที่หลบภัยร้าง (สถานที่หลบระเบิดช่วงสงครามของโรงพยาบาล) ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้แต่คุณยังคงเฝ้ารอ โดยแอบหวังว่าสักวันจะมีใครสักคนจากนอกโลกโผล่มาที่นี่และไม่ปล่อยให้คุณโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาอีกต่อไป ปรากฏว่าบ่ายวันนั้นคุณได้รับข้อความตอบกลับจากมนุษย์ต่างดาว (เหว่ยอี้) ซึ่งอ้างว่าตนมาจากดาวอังคาร 

ขณะที่คุณจะนำข้อความที่เขียนถึงเพื่อให้นต่างดาวไปใส่ไว้ในช่องลับ เหว่ยอี้ซึ่งยังคงบาดเจ็บที่ขาก็เดินเผ่านาในที่หลบภัย คุณจึงยื่นข้อความตอบกลับให้ 'มนุษย์ดาวอังคารใส่เฝือก' เองกับมือ ครั้นมองว่าเขากลัวแมลงสาบ คุณจึงช่วยจัดการแมลงสาบเจ้ากรรมให้ เขาอ้างว่าแมลงสาบเป็นตัวซวยสำหรับมนุษย์ดาวอังคารจากนั้นก็วิ่งหนีไป ครั้นได้เห็นเพื่อให้นต่างดาวตัวเป็นๆ คุณอดผิดหวังนิดๆ ไม่ได้เพราะเขาผิดจากที่คุณคิดเอาไว้ แถมยังเป็นมนุษย์ดาวอังคารที่กลัวแมลงสาบอีกต่างหาก

เรื่องย่อ ซิติงซาน ยอดขุนพลคู่บัลลังก์ (Lady Fan) ตอนที่ 3

หลังรู้ว่าหลีฮัวลอบเข้าด่านอวี้เหมิน หยางฟานก็สวมรอยเป็นชาวฮั่นแล้วไปที่ด่านอวี้เหมินทันที นึกไม่ถึงว่าฝานอู่ (ซึ่งเป็นพี่ชายที่สนิทกับหลีฮัวมากที่สุด) จะปลอมตัวเป็นชาวฮั่นแล้วตามมาด้วย แต่เขาดันปลอมตัวไม่แนบเนียนเลยถูก "โต้วอี้หู่" (พี่ชายเซียนถง) จับได้คาด่าน (หยางฟานเห็นแต่แรกว่าฝานอู่ยังคงสวมรองเท้าของชาวซีเหลียงแต่ไม่คิดเตือน ซ้ำยังแกล้งทำให้ฝานอู่ถูกจับได้) ครั้นพบป้ายทองสกุลเซวียในห่อผ้าของตนหลีฮัวจึงคิดที่จะนำไปคืนติงซาน ระหว่างสืบหาที่อยู่ของเขาหลีฮัวเห็นฝานอู่ถูกทหารต้าถังควบคุมตัวเลยลอบเข้าไปในค่ายทหารกลางดึกแล้วแอบปล่อยพี่ชายออกมา เมื่อติงซานมาพบเข้าเลยรู้ว่าแท้จริงแล้วหลีฮัวเป็นชาวซีเหลียงที่ตนเกลียดชัง เขาคิดว่าคุณเป็นสายลับที่ถูกส่งมาสอดแนมแถมยังหลอกลวงตนจึงรู้สึกโกรธแค้น ทั้งคู่ต่อสู้กันได้ไม่นาน หยางฟาน (ซึ่งลอบเผาคลังเสบียงต้าถังหมายจุดชนวนสงคราม) ก็บุกมาช่วยหลีฮัว

หลังได้รับกล่าวว่ามีสายลับซีเหลียงลอบเผ่านาในด่านอวี้เหมิน ฮ่องเต้ต้าถังจึงสั่งให้เหรินกุ้ยเปิดศึกทันที เหรินกุ้ยโกรธมากเมื่อรู้ว่าคลังเสบียงถูกศัตรูเผาทำลาย ขณะที่ "เฉิงเหย่าจิน" (ตำแหน่ง "หลู่กั๋วกง" เป็นอดีตขุนศึกต้าถัง และสหายรุ่นเดอะของเหรินกุ้ย) สงสัยว่าชาวซีเหลียงลอบเข้าด่านที่มีทหารรักษาการแน่นหนาได้อย่างไร อี้หู่สงสัยว่าอาจมีคนชักศึกเข้าบ้าน ติงซานยอมรับว่าตนหลงกลหญิงสาวชาวซีเหลียงเลยพาคุณเข้าด่านและถูกขโมยแผ่นป้ายไป เขาจึงขอชดใช้ความผิดด้วยการนำทัพบุกซีเหลียง

เมื่อกลับถึงบ้านหลีฮัวยังคงยืนกรานว่าจะไม่แต่งงานกับหยางฟาน ฝานเวยจึงบอกตามตรงว่าทัพสกุลฝานของพวกตนไม่เข้มแข็งและยิ่งใหญ่เหมือนก่อน เนื่องจากว่าถูกต้าถังโจมตีบ่อยครั้งทำให้เริ่มอ่อนล้าและเสียกำลังพลจำนวนมาก พ่อจึงอยากให้สกุลหยางที่อดทนช่วยรับมือต้าถังและชนเผ่าอื่นๆ  ที่จ้องรุกราน ก่อนที่จะเสียด่านหานเจียงไป หลีฮัวลั่นวาจาว่าตนยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้สกุลฝานยกเว้นเรื่องแต่งงาน คุณคืนแหวนให้หยางฟานโดยบอกว่าจะแต่งงานกับคนที่ตนมีใจให้แค่นั้นทั้งยังอ้างว่าที่ผ่านมาคุณมัวแต่ขึ้นเขาไปฝึกยุทธ์เลยไม่ได้อยู่ดูแลพ่อ กลับมาคราวนี้คุณเลยตั้งมั่นว่าจะดูแลและช่วยแบ่งเบาภาระพ่อจึงยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน