เรื่องย่อ ลุ้นรักอีกที…นา มีแร (Marry Him If You Dare) ตอนที่ 10

คิมชินทำหน้าสะดุ้งและถามว่าคุณอยากให้เขาถอดเสื้อผ้านำเสนอข่าวอย่างนั้นหรือ ประธานลีมองคิมชินครู่หนึ่งแล้วแย้งว่าเขาไม่มีซิกแพค คิมชินถามว่าที่คุณถอดตนออกแล้วเอาเด็กใหม่ไร้ประสบการณ์มาทำหน้าที่ผู้ประกาศแทนตนเป็นเพราะซิกแพคงั้นหรือ ประธานลีกล่าวว่าดูเด็กใหม่รายงานข่าวแล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวย ถึงแม้จะมีข้อผิดพลาดบ้างแต่ก็น่ารักและตลกดี  คิมชินแย้งว่านั่นไม่ใช่ข้อผิดพลาดแต่เป็นหายนะของแวดวง เขาพยายามชี้ข้อผิดพลาดของเด็กใหม่ ประธานลีจึงกล่าวว่าคิมชินหัวช้าสมร่ำลือจริงๆ คุณถามคิมชินว่าเขาไม่เข้าใจสภาพการณ์จริงๆ หรือ หรือต้องให้ตนบอกตรงๆ ว่าทำไมคิมชินถึงเป็นผู้ประกาศข่าวหลักไม่ได้ 

เพื่อให้นร่วมงานเห็นมีแรพึ่งมาทำงานตอนเที่ยงก็เข้าไปบอกให้คุณรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ครั้นพอมีสายเข้าคุณก็ขอให้มีแรช่วยรับสายลูกค้าก่อน เพราะรู้ว่าคนที่เสื่อมโทรมาคือจอมป่วนที่ชอบขอให้ร้องเพลงแสงอาทิตย์อัสดง มีแรจึงยืนแหกปากร้องเพลงเสียงดังลั่น ก่อนปิดท้ายด้วยการด่าลูกค้าด้วยพูดคำหยาบคาย หัวหน้าแผนกเห็นดังนั้นจึงเผ่านาตำหนิมีแร มีแรเลยถือโอกาสยื่นใบลาออก หัวหน้าแผนกอดเป็นห่วงไม่ได้ว่ามีแรอายุปูนนี้แล้วถ้าขืนลาออกจะทำมาหากินอย่างไร มีแรเลยยื่นหนังสือติวสอบให้หัวหน้าดูแต่ดันเล่มหยิบผิด (คุณหยิบหนังสือติวสอบข้าราชการขั้น 7 ให้หัวหน้าดู) พอรู้สึกตัวว่าหยิบผิดคุณเลยเปลี่ยนเป็นตำราเขียนบทโทรทัศน์ หลังจากนั้นมีแรก็โทรฯ ไปบอกป้ามีแรว่าตนลาออกจากการเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์แล้ว และจะทำตามความฝันด้วยการเป็นนักเขียนบทโทรทัศน์

หลังออกจากห้องประธานลี คิมชินบังเอิญได้พบกับเซจู (ที่พึ่งเดินมาจากห้องทนายปาร์ค และหลุดปากทักคิมชิน) คิมชินจึงถามเซจูว่าเขาเป็นใคร เซจูก้มศีรษะให้คิมชินอย่างนอบน้อมก่อนแนะนำตัวว่าตนเป็นวีเจใหม่ที่จะมาร่วมงานกับทีม 3 ของรายการเช้านี้กับคิมชิน คิมชินแปลกใจที่เด็กใหม่อย่างเซจูมาเดินเพ่นพ่านที่หน้าห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูง บอดี้การ์ดประธานลีเห็นคิมชินตำหนิหลานท่านประธานจึงคิดที่จะเดินไปอธิบาย แต่คิมชินเข้าใจผิดคิดว่าบอดี้การ์ดจะเข้าไปลากตัวเซจูจึงห้ามเอาไว้โดยบอกว่าเซจูเป็นเด็กใหม่ บอดี้การ์ดจะอ้าปากพูดว่าเซจูเป็นใครแต่เซจูส่งสัญญาณเตือนให้ปิดปาก ก่อนแกล้งทำเป็นเฉไฉว่าตนมาผิดชั้นและหันไปก้มศีรษะขอโทษบอดี้การ์ด (ซึ่งก้มศีรษะตอบแบบงงๆ)   

คิมชินพาเซจูลงลิฟต์ไปที่ชั้นทำงานของข้างรายการตน โดยบอกว่าคนกลุ่มนี้กำลังทำงานให้ตนๆ เลยตั้งมั่นว่าจะทุ่มเทเต็มกำลัง เขาอธิบายว่าทีม 1 รับผิดชอบการออกอากาศวันจันทร์กับพฤหัสบดี ทีม 2 รับผิดชอบวันอังคารกับวันศุกร์ ส่วนทีม 3 รับผิดชอบวันพุธกับวันเสาร์ เมื่อพาเซจูมาส่งให้ทีม 3 คิมชินก็วางท่าเช่นเดียวกันกับเป็นหัวหน้าของทุกคน ซ้ำยังบอกให้จูฮยอนซึ่งเป็นหัวหน้าทีม 3 เลื่อนการสัมมนาจากสามทุ่มมาตรงเวลาหนึ่งทุ่ม (เพราะเขาต้องเข้านอนเวลา 3 ทุ่ม) ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นผู้ดำเนินรายการจึงไม่มีความจำเป็นต้องร่วมการสัมมนากับทีมผลิต

เรื่องย่อ ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) ตอนที่ 3

ที่แท้เสียงดังที่กล่าวถึงแล้วเป็นของหญิงชราที่ขายผัก เครื่องประดับ ฯลฯ บนสะพานลอย คุณเล่าเรื่องก็อบลินให้ลูกค้าขาประจำที่ชื่อ "จี ยอนฮี" ฟัง และเปรยว่านั่นเป็นชะตากรรมที่โหดร้ายของก็อบลิน คุณกล่าวว่าก็อบลินที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองเป็นอมตะตนนั้น กำลังท่องไปทั่วทุกหนทุกแห่งในโลกนี้เพื่อให้ตามหา…. หญิงชรายังพูดไม่ทันจบยอนฮีก็ขำกลิ้งและกล่าวว่า "แม้กระทั่งในตอนนี้ก็อบลินก็ยังคงออกตามหาเจ้าสาวและเจ้าสาวคนนั้นก็คือหนู นี่คือสิ่งที่คุณยายจะพูดไม่ใช่เหรอคะ" หลังโดนหัวเราะเยาะหญิงชราจึงโม้ว่าถึงตอนนี้ตนจะอยู่ในวัยชราแต่ก็เคยมีชายหนุ่มๆ เดินตามก้นเป็นพรวน จากนั้นก็บ่นว่าตนไม่น่าพูดเรื่องเจ้าสาวของก็อบลินต่อหน้าคนเป็นแม่ที่โดนทิ้งเลย เมื่อถูกยอนฮีตำหนิว่าใจร้าย หญิงชราเลยชี้ว่าตนช่วยลดราคาผักโขมและผักกาดให้คุณ คนใจร้ายจึงไม่ใช่ตนแต่เป็นผู้ชายที่ทิ้งคุณไป

ยอนฮีกล่าวว่าเรื่องที่หญิงชราเพิ่งจะเล่าให้ตนฟังนั้นน่าเศร้า แต่ก็เป็นคำสาปที่แฝงไว้ด้วยความโรแมนติก เพราะก็อบลินต้องออกตามหาเจ้าสาวเพื่อให้ที่ตนเองจะได้ตายสมปรารถนา คุณหยิบแหวนหยกโบราณในกล่องที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสิ่งของต่างๆ (และผัก) ขึ้นมาดูอย่างชื่นชมพลางบ่นว่าพระเจ้าช่างใจร้าย หญิงชราจึงบอกว่าพระเจ้ามักใจร้ายเสมอ แถมยังเห็นแก่ตัวและขี้อิจฉา ทั้งยังสนใจแต่เรื่องของตนเอง ยอนฮีจึงเปรยว่าฟังดูแล้วเหมือนผู้ชายห่วยแตกบางคน ยอนฮีเก็บแหวนหยกใส่กล่องคืนให้หญิงชราแล้วกล่าวคำอำลาก่อนอวยพรให้ขายดี แต่หญิงชรากลับคว้าข้อมือคุณเอาไว้แล้วเตือนว่า หากคุณอยู่ในระหว่างความเป็นความตายให้ตั้งจิตอธิษฐาน ไม่แน่ว่าบางทีพระเจ้าที่มีจิตใจเมตตาอาจได้ยินคำอธิษฐานของคุณ ("พระเจ้า" ในภาษาเกาหลีคือคำว่า "ชิน" ซึ่งเป็นชื่อของพระเอก)

ณ ปารีส ปี 1968 (พ.ศ. 2511)

ชายชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานเดินมาหยุดยืนที่หน้าอาคารหลังหนึ่งเหมือนกำลังรอใครบางคน เมื่อเด็กชายคนหนึ่งซึ่งมีหลักฐานปรากฏอยู่บนใบหน้าว่าพึ่งถูกรังควานมาหมาดๆ หิ้วกระเป๋าเดินออกมา เขาก็ขวางเอาไว้แล้วเตือนว่า ถ้าหนีออกจากบ้านตอนนี้ชีวิตจะย่ำแย่กว่าเดิมและจะไม่ได้พบแม่อีกต่อไป เด็กชายสงสัยว่าเขาเป็นใครและถามว่าเขาเป็นคนเกาหลีหรือ ชายชายหนุ่มตอบว่าตนเป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น เขาเลื่อนกระถางมาวางขวางบันไดแล้วบอกให้เด็กชายพูดกับพ่อบุญธรรมว่าในเมื่อรับเลี้ยงตนรวมทั้งควรทำตัวเป็นพ่อที่ดี จากนั้นก็ไปวิงวอนจากแม่และบอกแม่ว่าตนได้รับบาดเจ็บ เมื่อเด็กชายบอกให้เขาหลีกทาง เขาจึงเตือนว่าการกรีดข้อมือแบบนั้นไม่ทำให้ถึงตายแต่จะทำให้มือใช้การไม่ได้อีก (เขามองเห็นทั้งที่เด็กใส่เสื้อแขนยาวปิดบังข้อมือ)

เด็กชายถึงกับอึ้งที่ชายชายหนุ่มตรงหน้ารู้เห็นทุกเรื่องเกี่ยวกับตน จากนั้นก็ถามว่าหากตนทำตามคำแนะนำแล้วถูกพ่อตีจนตายเขาจะรับผิดชอบยังไง ชายชายหนุ่มตอบว่าเพราะอย่างงี้ตนถึงช่วยหักซี่โครงของพ่อบุญธรรม พูดจบพ่อบุญธรรมของเด็กชายก็เดินออกจากบ้านด้วยท่าทางเอาเรื่องและจะตรงเข้ารังแกเด็ก แต่เขาสะดุดกระถางต้นไม้ที่วางอยู่บนบันไดทำให้พลัดตกลงมากระแทกพื้นอย่างจังจนซี่โครงหัก ชายชายหนุ่มยื่นอาหารให้เด็กชายไว้ทานตอนกลางวัน จากนั้นก็บอกให้เด็กพูดกับพ่ออย่างที่ตนบอกแล้วค่อยไปโรงเรียน ซ้ำยังบอกด้วยว่าเด็กชายตอบโจทย์วิชาคณิตศาสตร์ผิดหนึ่งข้อและเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้ เด็กชายถามด้วยความสงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่ แต่ชายชายหนุ่มไม่ตอบและเดินจากไป

เรื่องย่อ วิหค นครา (Novoland: The Castle in the Sky)

กำกับ: หยางเหล่ย, เฉินเจียหลิน, ลู่เป่ยเกอ, หานชิง
เขียนบท: จางท่าน, สวีจ้าวชิง, หลี่อวี๋เจี๋ย, หยางจือลี่, หนีซานซาน
แนวละคร: แฟนตาซี, โรแมนติก
จำนวนตอน: 28 (ตอนละ 34 นาที)
ออกอากาศ: จีน – 20 กรกฎาคม 2559 ทางเจียงซูทีวี
                 ไทย – ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 14.00-16.00 น. ทาง MCOT HD (หมายเลข 30) ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 – 3 ธันวาคม 2560
เรื่องย่อ
ละคร "วิหค นครา (Novoland: The Castle in the Sky)" นำเสนอเรื่องราวของโลกสมมุติยุคโบราณที่มีชื่อว่า "จิ่วโจว" (Novoland) ซึ่งในยุคนั้นมนุษย์แบ่งออกเป็นหลายเผ่าพันธุ์ โดยละครเน้นนำเสนอเรื่องราวของสองชนเผ่าคือ "ชนเผ่าเหริน" (มนุษย์) ซึ่งมีประชากรมากที่สุด กับ "ชนเผ่าอวี่" (มนุษย์มีปีก) ซึ่งเร้นกายอยู่บนยอดเขากูเซ่อ เนื่องมาจากชนชั้นสูงเผ่าอวี่สามารถกางปีกบินได้จึงได้รับการยกย่องเสมือนเป็นเทพ ขณะเดียวกันก็เป็นที่อิจฉาของชนเผ่าอื่นๆ หลังชนเผ่าเหรินและชนเผ่าอวี่อยู่ร่วมกันอย่างสันติมานานนับศตวรรษ กลับมีคนบางกลุ่มต้องการเป็นใหญ่หมายครอบครองแผ่นดินทั้งหมด จึงแอบพัฒนาอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงอย่างลับๆ และนั่นก็ทำให้สงครามระหว่างสองชนเผ่าใกล้ปะทุขึ้นเต็มที

เนื้อหาตอนที่ 1

"หลานโจว" หนึ่งในแดนที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของจิ่วโจว (และมีสภาพอากาศหนาวเย็น ฤดูหนาวกินเวลายาวนานถึง 5 เดือน) เป็นถิ่นอาศัยของชนเผ่าอวี่  (มนุษย์มีปีก) และเผ่าเหริน (มนุษย์) เมื่อร้อยปีก่อนชนเผ่าทั้งสองต่างเปิดศึกรบรากันอย่างไม่รู้จักจบสิ้นจนแผ่นดินหลานโจวลุกเป็นไฟ ส่งผลให้ประชาชนของทั้งสองเผ่ามีชีวิตที่ลำบากยากแค้น ในที่สุดราชาของเผ่าอวี่และเผ่าเหรินจึงร่วมลงนามในสนธิสัญญาสงบศึก โดยมีเงื่อนไขว่าทั้งสองข้างควรต้องรักษาสมดุลแห่งอำนาจเพื่อให้ให้สันติภาพในหลานโจวดำรงอยู่ต่อไปตรงเวลาหนึ่งศตวรรษ

หลังหนึ่งร้อยปีแห่งความสงบสุขผ่านพ้นไป

ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งของชนเผ่าเหริน "รุ่ยจู๋" (เผ่าเหริน) เมียของปรมาจารย์ด้านกลไกนามว่า "จีซู" (เผ่าอวี่) กำลังเจ็บท้องใกล้คลอดเต็มทน จีซูจึงยืนลุ้นด้วยความเป็นห่วงรอบๆหน้าบ้าน ระหว่างนั้นมีทหารกลุ่มหนึ่งควบม้าฝ่าหิมะตรงมาที่กระท่อมของทั้งคู่แล้วระดมยิงธนูใส่จีซูทันที จีซูจึงตอบโต้ด้วยกลไกซ่อนอาวุธลับ ที่แท้ "ไป๋เสวี่ย" ราชินีของเผ่าเหริน (และอดีตคนรักของจีซู) นำกำลังบุกมาล้างแค้นที่โดนจีซูหักหลัง ในขณะที่จีซูและไป๋เสวี่ยกำลังเผชิญหน้ากันได้เกิดปรากฏการณ์บางสิ่งขึ้นบนท้องฟ้า (มีดอกไม้ร่วงลงมาเหนือกระท่อม) ไม่นานก็มีเสียงเด็กร้องไห้จ้าดังมาจากในบ้าน ปรากฏว่ารุ่ยจู๋คลอดบุตรสาวที่มีปานรูปร่างแปลกหลังใบหู ไป๋เสวี่ยได้ยินเสียงเด็กร้องก็ยิ่งโกรธแค้นจึงเริ่มจู่โจมจีซูอีกรอบ หลังถูกไป๋เสวี่ยและทหารรุมเล่นงาน จีซูก็เป็นข้างพลาดพลั้งและโดนฟันเข้าที่แขน รุ่ยจู๋จึงซัดอาวุธลับใส่ทหารในสภาพอ่อนแรงและยังคงอุ้มลูกน้อยไว้แนบอก

เรื่องย่อ มังกรหยก (The Legend of the Condor Heroes 2017) ตอนที่ 3

หยางเถี่ยซิน [เอี๊ยทิซิม] คิดว่านักพรตคนดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นนักฆ่าจึงเปิดฉากจู่โจม ก่อนหยิบทวนสกุลหยางออกมาเล่นงานนักพรต นักพรตมองว่าหยางเถี่ยซินเอาจริงจึงชักกระบี่คู่กายออกมาต่อสู้ หลังพาสองสาวไปหลบในที่ปลอดภัย กัวเสี้ยวเทียน [ก๊วยเซาเทียน] ก็รีบออกมายืนดูหยางเถี่ยซินต่อสู้กับนักพรตด้วยความเป็นห่วง ครั้นได้เห็นเพลงทวนของหยางเถี่ยซิน นักพรตก็รู้ทันทีว่านี่คือเพลงทวนสกุลหยางที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เขาจึงหยุดต่อสู้และยกย่องความสามารถของหยางเถี่ยซิน ก่อนถามว่า "หยางจ้ายซิน" (หนึ่งในแม่ทัพของราชวงศ์ซ่งใต้ เป็นลูกน้องของ "เยว์เฟย" [งักฮุย]) คือบรรพบุรุษของหยางเถี่ยซินใช่หรือเปล่า เมื่อหยางเถี่ยซินตอบว่าใช่ นักพรตจึงเดาออกว่าทวนที่หยางเถี่ยซินใช้คือทวนของนักรบสกุลหยาง

นักพรตสงสัยว่ากัวเสี้ยวเทียน [ก๊วยเซาเทียน] เป็นใคร กัวเสี้ยวเทียนจึงบอกชื่อแซ่ของตน หยางเถี่ยซิน [เอี๊ยทิซิม] เสริมว่า กัวเสี้ยวเทียนเป็นพี่น้องร่วมสาบานของตนและยังเป็นลูกหลานของ "กัวเซิ่ง" (หนึ่งใน 108 ผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน) อีกด้วย พอรู้ว่าสองชายหนุ่มต่างเป็นลูกหลานของนักรบกู้ชาติ ไม่ใช่คนของทางการอย่างที่ตนคิด นักพรตจึงเอ่ยปากขอโทษที่เข้าใจผิด ที่แท้นักพรตคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นคือ  "ชิวฉู่จี" [คูยก่กี] หนึ่งในเจ็ดนักพรตเต๋าแห่ง "สำนักเฉวียนเจิน" [สำนักช้วนจินก่า] สองชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็รู้สึกยินดีที่ได้พบยอดความสามารถผู้เลื่องชื่อ (ซึ่งมักตามเด็ดหัวคนคิดคดทรยศชาติ)  จึงเชิญนักพรตชิวฉู่จีเข้าไปร่ำสุราและทานอาหารในบ้านอีกรอบ

ทั้งสามคนยังไม่ทันเข้าบ้านก็มีกลุ่มชายชุดดำควบม้าฝ่าหิมะเผ่านาในหมู่บ้าน ชิวฉู่จี [คูยก่กี] กล่าวว่าตนฆ่าคนขายชาติ คนเหล่านั้นจึงมาตามล่าตน เขาไม่ต้องการให้สองชายหนุ่มเดือดร้อนจึงบอกให้ทั้งคู่รีบเข้าไปหลบในบ้านและห้ามออกมาข้างนอกเด็ดขาด จากนั้นก็รับมือกับศัตรูที่ใช้หน้าไม้และกระบี่เป็นอาวุธตามลำพัง  หยางเถี่ยซิน [เอี๊ยทิซิม] ไม่อาจทนดูชิวฉู่จีต่อสู้เพียงลำพังจึงคิดออกไปช่วย แต่เปาซีรั่ว [เปาเซียะเยียก] เมียของเขาห้ามเอาไว้ ชายชุดดำคนหนึ่งเล็งหน้าไม้ไปที่ชิวฉู่จี แต่ชิวฉู่จีปัดป้องเอาไว้ได้ แถมลูกศรยังพุ่งกลับไปปักอกชายคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเสียเอง หลังชิวฉู่จีปราบกลุ่มชายชุดดำได้หมดแล้ว  หยางเถี่ยซินกับกัวเสี้ยวเทียน [ก๊วยเซาเทียน] จึงออกมาสำรวจว่าผู้บุกรุกเป็นใคร ที่แท้กลุ่มชายชุดดำคือคนของอาณาจักรต้าจิน [กิม] ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของต้าซ่ง ชิวฉู่จีชี้ว่าตนพึ่งตัดหัว  "หวังเต้าเฉียน" (ขุนนางทหารของราชวงศ์ซ่งใต้ที่สมคบคิดและรับสินบนจากต้าจิน) พวกจินเลยตามมาแก้แค้นตน

เรื่องย่อ ปาฏิหาริย์รักจากดวงดาว (Silence) ตอนที่ 2

อยู่ๆ ก็มีรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถเมล์คันที่คุณกับจั่วจวินโดยสารมาแบบกระชั้นชิดเป็นเหตุให้รถชนกัน หลังจากนั้นรถเมล์ก็เสียหลักพลิกตะแคงก่อนไถลไปตามถนน ในตอนนั้นคุณตระหนกตกใจกลัวมากและคิดว่าคงไม่รอดแน่ จั่วจวินรีบอุ้มคุณไปส่งโรงพยาบาล (เป็นโรงพยาบาลเก่าแก่และโรงพยาบาลเดียวในเมืองนั้น) พลางร้องเรียกหมอทั้งที่เขาเองก็เจ็บไม่น้อย คุณพยายามร้องวิงวอนแต่กลับไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆก็ตาออกมา (ในตอนนั้นเหว่ยอี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นเซินเซินถูกอุ้มเผ่านาโดยมีบาดแผลตามร่างกาย) หลังพยายามรักษาด้วยวิธีการต่างๆ แต่ไม่เป็นผล ในที่สุด "หมอซู" จึงบอกแม่ของคุณว่า คุณคงช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงมีปัญหาเรื่องการพูดชั่วคราว เมื่อลุงจั่วรู้เข้าก็ดุด่า ทุบตี และโทษว่าเป็นความผิดของจั่วจวิน แถมยังบอกให้จั่วจวินดูแลรับผิดชอบคุณชั่วชีวิตหากคุณไม่สามารถพูดได้อีกต่อไป นั่นจึงเป็นนัดแรกที่คุณเห็นจั่วจวินรู้สึกผิดจนพูดไม่ออก (จั่วจวินยอมให้พ่อลงโทษโดยไม่โต้เถียงสักคำ)

ขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล คุณไม่ต้องการจะเชื่อว่าตนเองอาจพูดไม่ได้ตลอดชีวิตเลยวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้าโรงพยาบาล จากนั้นก็พยายามเปล่งเสียงตะโกนอย่างสุดทักษะแต่กลับไม่มีเสียงอะไรก็ตามเล็ดลอดออกมา อยู่ๆ คุณก็คิดว่าตัวเองโดดเดี่ยวและสิ้นหวังเหมือนเป็นมนุษย์ต่างดาวจากนอกโลก เพราะมนุษย์ต่างดาวไม่สามารถสื่อสารกับคนบนโลกได้แต่รู้และเข้าใจว่าคนบนโลกคิดอะไร ด้วยเหตุนี้คุณจึงทิ้งข้อความ (ถึงมนุษย์ต่างดาว) ไว้ในช่องลับภายในสถานที่หลบภัยร้าง (สถานที่หลบระเบิดช่วงสงครามของโรงพยาบาล) ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้แต่คุณยังคงเฝ้ารอ โดยแอบหวังว่าสักวันจะมีใครสักคนจากนอกโลกโผล่มาที่นี่และไม่ปล่อยให้คุณโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาอีกต่อไป ปรากฏว่าบ่ายวันนั้นคุณได้รับข้อความตอบกลับจากมนุษย์ต่างดาว (เหว่ยอี้) ซึ่งอ้างว่าตนมาจากดาวอังคาร 

ขณะที่คุณจะนำข้อความที่เขียนถึงเพื่อให้นต่างดาวไปใส่ไว้ในช่องลับ เหว่ยอี้ซึ่งยังคงบาดเจ็บที่ขาก็เดินเผ่านาในที่หลบภัย คุณจึงยื่นข้อความตอบกลับให้ 'มนุษย์ดาวอังคารใส่เฝือก' เองกับมือ ครั้นมองว่าเขากลัวแมลงสาบ คุณจึงช่วยจัดการแมลงสาบเจ้ากรรมให้ เขาอ้างว่าแมลงสาบเป็นตัวซวยสำหรับมนุษย์ดาวอังคารจากนั้นก็วิ่งหนีไป ครั้นได้เห็นเพื่อให้นต่างดาวตัวเป็นๆ คุณอดผิดหวังนิดๆ ไม่ได้เพราะเขาผิดจากที่คุณคิดเอาไว้ แถมยังเป็นมนุษย์ดาวอังคารที่กลัวแมลงสาบอีกต่างหาก

เรื่องย่อ ซิติงซาน ยอดขุนพลคู่บัลลังก์ (Lady Fan) ตอนที่ 3

หลังรู้ว่าหลีฮัวลอบเข้าด่านอวี้เหมิน หยางฟานก็สวมรอยเป็นชาวฮั่นแล้วไปที่ด่านอวี้เหมินทันที นึกไม่ถึงว่าฝานอู่ (ซึ่งเป็นพี่ชายที่สนิทกับหลีฮัวมากที่สุด) จะปลอมตัวเป็นชาวฮั่นแล้วตามมาด้วย แต่เขาดันปลอมตัวไม่แนบเนียนเลยถูก "โต้วอี้หู่" (พี่ชายเซียนถง) จับได้คาด่าน (หยางฟานเห็นแต่แรกว่าฝานอู่ยังคงสวมรองเท้าของชาวซีเหลียงแต่ไม่คิดเตือน ซ้ำยังแกล้งทำให้ฝานอู่ถูกจับได้) ครั้นพบป้ายทองสกุลเซวียในห่อผ้าของตนหลีฮัวจึงคิดที่จะนำไปคืนติงซาน ระหว่างสืบหาที่อยู่ของเขาหลีฮัวเห็นฝานอู่ถูกทหารต้าถังควบคุมตัวเลยลอบเข้าไปในค่ายทหารกลางดึกแล้วแอบปล่อยพี่ชายออกมา เมื่อติงซานมาพบเข้าเลยรู้ว่าแท้จริงแล้วหลีฮัวเป็นชาวซีเหลียงที่ตนเกลียดชัง เขาคิดว่าคุณเป็นสายลับที่ถูกส่งมาสอดแนมแถมยังหลอกลวงตนจึงรู้สึกโกรธแค้น ทั้งคู่ต่อสู้กันได้ไม่นาน หยางฟาน (ซึ่งลอบเผาคลังเสบียงต้าถังหมายจุดชนวนสงคราม) ก็บุกมาช่วยหลีฮัว

หลังได้รับกล่าวว่ามีสายลับซีเหลียงลอบเผ่านาในด่านอวี้เหมิน ฮ่องเต้ต้าถังจึงสั่งให้เหรินกุ้ยเปิดศึกทันที เหรินกุ้ยโกรธมากเมื่อรู้ว่าคลังเสบียงถูกศัตรูเผาทำลาย ขณะที่ "เฉิงเหย่าจิน" (ตำแหน่ง "หลู่กั๋วกง" เป็นอดีตขุนศึกต้าถัง และสหายรุ่นเดอะของเหรินกุ้ย) สงสัยว่าชาวซีเหลียงลอบเข้าด่านที่มีทหารรักษาการแน่นหนาได้อย่างไร อี้หู่สงสัยว่าอาจมีคนชักศึกเข้าบ้าน ติงซานยอมรับว่าตนหลงกลหญิงสาวชาวซีเหลียงเลยพาคุณเข้าด่านและถูกขโมยแผ่นป้ายไป เขาจึงขอชดใช้ความผิดด้วยการนำทัพบุกซีเหลียง

เมื่อกลับถึงบ้านหลีฮัวยังคงยืนกรานว่าจะไม่แต่งงานกับหยางฟาน ฝานเวยจึงบอกตามตรงว่าทัพสกุลฝานของพวกตนไม่เข้มแข็งและยิ่งใหญ่เหมือนก่อน เนื่องจากว่าถูกต้าถังโจมตีบ่อยครั้งทำให้เริ่มอ่อนล้าและเสียกำลังพลจำนวนมาก พ่อจึงอยากให้สกุลหยางที่อดทนช่วยรับมือต้าถังและชนเผ่าอื่นๆ  ที่จ้องรุกราน ก่อนที่จะเสียด่านหานเจียงไป หลีฮัวลั่นวาจาว่าตนยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้สกุลฝานยกเว้นเรื่องแต่งงาน คุณคืนแหวนให้หยางฟานโดยบอกว่าจะแต่งงานกับคนที่ตนมีใจให้แค่นั้นทั้งยังอ้างว่าที่ผ่านมาคุณมัวแต่ขึ้นเขาไปฝึกยุทธ์เลยไม่ได้อยู่ดูแลพ่อ กลับมาคราวนี้คุณเลยตั้งมั่นว่าจะดูแลและช่วยแบ่งเบาภาระพ่อจึงยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน

เรื่อง ดึก ดำ ดึ๋ย ภาคต่อ2

ทั้ง 4 เดินออกนอกโรงแรมได้พบกับ ตา ยาย ขายข้าวแกงอยู่ สั่งให้ ทั้ง 4 เฝ้าร้านไว้ และเปิดหม้อดูก็พบหัวของตายาย อยู่ ทั้ง 4 วิ่งหนีกลัวสุดขีด แล้วทั้ง 4 ได้แอบดู สาวผมทองถูกปีศาจชุดดำฆ่าอยู่ ทั้ง 4 เลยออกไปช่วยแต่เจอกับความว่างเปล่าเท่านั้น และได้มาเจอกับลูกน้องของนายอำเภอเข้าพร้อม ลูกน้องของเขา พวกแก๊งค์นายอำเภอยิงใส่ปีศาจตัวนั้น ทุกคนได้เห็นปีศาจชุดดำกำลังร่ายเวทมนตร์ย้อนกลับ จนแก๊งค์นายอำเภอตายและหนีไป ทั้ง 4 วิ่งหนี ไปอย่างไม่คิดชีวิต จนลงเข้าในหมู่บ้านของคนป่า ทั้ง 4 ถูกคนป่าจับตัวไปว่าเป็นศัตรู ในคืนวันหนึ่งได้มีพีธีเผาเสื้อผ้าของทั้ง 4

เมื่อเทพได้เห็นว่ามันเผาเสื้อผ้าหมด และได้พบกับ 4 สาวชาวป่า ได้ไปออกมาจีบชายทั้ง 4 คนได้แยกกันคนละคู่ แล้วสาวชาวป่าถูกฆ่าโดยปีศาจในชุดดำ มาดเห็นสาวชาวป่าตาย ไม่รู้ว่าใครเป้นคนฆ่า ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือของทั้ง 4 ที่มาเยือนในหมู่บ้านแห่งนี้ ทั้ง 4 ต้องหนีออกไปจากหมู่บ้านและในป่า ซึ่งเหลือแต่เพียงผ้าเตี่ยวเท่านั้น และต้องเดินผ่านทะเลทรายแทบร้อนระอุของทั้ง 4 คน ขณะนั้นได้เห็น ชายผิวดำ 2 คน เดินเข้ามา เปิดก๊อกน้ำต้นกระบองเพชร จึงตัดสินใจมากินน้ำ

ปรากฏว่าน้ำในต้นกระบองเพชรหมด แล้วทั้ง 4 ก็เดินตามขาของชายผิวดำ 2 คนนั้น ทั้ง 4 ได้เห็นชุดของผู้หญิง จึงตัดสินใจที่จะขโมยเสื้อผ้าของผู้หญิงไปใส่แทน และแล้วทั้ง 4 ได้พบกับกระท่อม ที่ชำแหละศพเป็นจำนวนมาก เข้าใจว่าทั้งหมดเป็นฆาตกรตัวจริง จึงไปปรึกษากับหลวงพ่อ (แสดงโดย กรุง ศรีวิไล) ที่วัดแห่งหนึ่ง เพียงแสดงความเห็นว่าการก่อสร้างเมรุเผาศพไม่ค่อยจะสมบูรณ์สำหรับเผาศพคนตายอย่างมากมาย ทั้ง 4 จึงขอนิมนต์เอาตัวหลวงพ่อส่งให้กับตำรวจพร้อมกับชาวบ้านแล้วนำไปดำเนินกฎหมายของศาลตัดสินคดี ทั้ง 4 เสร็จสิ้นภารกิจจากการหาตัวคนร้ายมาได้ และทุกคนกำลังเดินทางออกจากวัดอยู่ ได้มีสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นไปบนหอระฆังแล้วก็ตีระฆังออกมา มันคือปีศาจในชุดดำปรากฏตัวอีกครั้ง ทุกคนหันไปมองอย่างสงสัยและเดินจากไป ในตอนกลางวัน ทุกคนเห็นรถโดยสารที่ไม่มีหลังคา ทุกคนและหลวงพ่อ ได้นั่งรถโดยสารกลับที่ประเทศไทย

 

Peach Girl – “เธอสุดแสบที่แอบรัก” (2017)

“อย่าเลือกคนที่ทำให้เราเป็นสุข แต่เลือกคนที่เราอยากทำให้เขาเป็นสุข

นั่นแหละคือรักแท้”

ปีนี้ดูจะมีหนังที่สร้างมาจากมังงะของญี่ปุ่นออกฉายหลายเรื่องและ “Peach Girl” ก็คือหนึ่งในนั้น ซึ่งนี่คือมังงะยอดนิยมอย่างสูงกับยอดจำหน่ายสูงถึง 14 ล้านเล่ม โดยช่วงแรกๆของหนังถือว่าทำได้ดีกับการใช้ลูกเล่นการแบ่งจอภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือนกรอบของภาพในมังงะ พร้อมเปิดเรื่องด้วยความสดใส อัดมุกตลกมาให้ได้ขำ ได้ยิ้มกันตลอด และค่อยๆขยับเนื้อหาไปสู่โหมดดราม่าขึ้นมีละนิดๆ

เรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นเมื่อ โมโม สาวม. ปลายผู้มาพร้อมผิวสีแทนและถูกตราหน้าว่าเป็นสาวซ่าส์ประจำโรงเรียน คุณไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับเท่าไหร่ในหมู่เพื่อให้นผู้เรียนสาวด้วยกัน คุณแอบชอบเพื่อให้นสมัยเด็กอยู่คนหนึ่งคือ โทจิ ชายหนุ่มหล่อประจำโรงเรียน แต่ก็ไม่เคยได้เผยความในใจออกไปเสียที แถมคุณยังได้ยินข่าวลือมาว่าชายในฝันคนนี้ชอบผู้หญิงผิวขาวเท่านั้น!

แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลังจาก โมโม กลายเป็นข่าวกับ ไคริ ชายหนุ่มป็อปที่สุดในรุ่นว่ากำลังคบหาดูใจถึงขั้นจูบกันจนมีคลิปหลุดออกมาอีกด้วย แถม ซาเอะ เพื่อให้นสาวคนสนิทของคุณก็มีแผนลับที่หวังจะจ้องทำลายความสุขหนึ่งเดียวของหัวใจคุณอีก งานนี้ โมโม จะเลือกใครระหว่างสองชายหนุ่มหล่อและมิตรภาพที่คุณมีกับ ซาเอะ จะลงเอยอย่างไร?

ส่วนตัวชอบช่วงเวลา 30 นาทีแรกของ “Peach Girl” มากที่สุดตรงที่ตัวละครเปิดตัวมาได้น่ารักหมด แม้ช่วงหลังจากนั้นจะมีดราม่าเรื่องหัวใจและมิตรภาพเผ่านาแทรก แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ในระดับกลางๆ ก่อนจะมาทำได้ดีอีกรอบในการขมวดปมกับบทสรุปของเรื่อง แม้ในบางจุดจะคิดว่ามีช่องโหว่ชวนให้แปลกๆอยู่บ้าง รวมทั้งฉากการร้องไห้ในร้านอาหารของ โมโม ที่ส่วนตัวมองว่ากล้องแช่ภาพนานเกินไป จนความรู้สึกว่ามันพยายามเค้นอารมณ์สะเทือนใจผู้ชมแบบจงใจเกินไปหน่อย

การที่ไม่เคยอ่านฉบับมังงะมาก่อนทำให้ค่อนข้างลุ้นอยู่พอสมควรกับการคาดเดาว่า ‘พระเอก’ ของหนังเรื่องนี้จะเป็นใครระหว่าง โทจิ ที่นางเอกหลงรักมาแสนนานและเขาเองก็แอบมีใจให้เช่นกัน กับ ไคริ ผู้ต้องการจะทำให้คนที่รักเป็นสุข แม้จำเป็นจะต้องเป็นข้างเจ็บเองก็ไม่เกี่ยง ซึ่งถ้าเราเป็นนางเอก็คงเลือกยากเหมือนกัน เพราะ 2 คนนี้ล้วนเป็นคนดีที่ต่างไม่ได้ทำอะไรผิดต่อนางเอกเลยด้วยสิ!

มิตรภาพระหว่าง โมโม กับ ซาเอะ ก็ถือว่านำเสนอออกมาได้ไม่เลว แม้ ซาเอะ จะเป็นคนน่ารักน่าเอ็นดูแต่ตัวละครนี้ก็เป็นนางมารร้ายที่ทำแต่ละอย่างกับนางเอกได้เจ็บแสบเสียเหลือเกิน ชนิดที่ยากจะให้อภัยได้ แต่มิตรภาพก็เป็นสิ่งที่แปลก บางคนต้องการจะทำลายมัน แต่บางคนก็พยายามรักษามันเอาไว้ด้วยความเชื่อมั่นตัวเพื่อให้น เฉกเช่นที่ โมโม ยังคงคิดว่า ซาเอะ เป็นเพื่อให้นเสมอไม่ว่าจะถูกปฏิบัติอะไรลงไป

ด้านดารา ส่วนตัวตอนแรกก็ยังเฉยๆกับ มิซูกิ ยามาโมโต้ แต่พอดูไปๆ ก็ความคิดว่ามีนางน่ารักดี กระทั่งพอตัวละครนางเอกมัดผมก็ยิ่งคิดว่าน่ารักขึ้น ส่วน เมอิ นากาโนะ ในบทนางมารน้อยก็เล่นได้สวยน่าหมั่นไส้ ในตัว ชอบสายตาของนางมาก เวลามองจิกตัวละครอื่นๆ ฝั่ง 2 ชายหนุ่ม มัคเคนยู และ เคย์ อิโนโอะ ก็หล่อใสสมวัยกันทั้งคู่

The Princess Diaries บันทึกรักเจ้าหญิงมือใหม่ (2001)

เด็กสาวขี้อายจากซานฟรานซิสโก มีอา คุณร์โมโพลิส (แอนน์ แฮธาเวย์) กำลังหัวหมุนกับโลกที่กลับตาลปัตรของคุณ เมื่อคุณได้รู้ความจริงว่า คุณนี่แหละที่เป็นเจ้าหญิงตัวจริงเสียงจริง! และเมื่อเจ้าหญิงรัชผู้สืบสกุลกลับคืนสู่บัลลังก์ของนครเล็กๆ แห่งหนึ่งในยุโรป ที่เรียกกันว่า เจโนเวีย นั้น การเดินทางสุดหรรษาชวนปวดเศียรเวียนเกล้าของมีอาก็ได้เริ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคุณได้พบกับราชินี แคลริซ เรนัลดี (จูลี แอนดรูว์ส) อัยยิกาเจ้ากฎระเบียบและน่านับถือ ผู้สอน บทเรียนแห่งการเป็นเจ้าหญิง ให้แก่คุณ ทั้งคู่ไม่ลงรอยกันตั้งแต่ทีแรกพบ ตัวมีอาเองนั้น คุณไม่มีสมองที่จะทิ้งชีวิตสามัญ เพื่อให้มาเป็นผู้ครองนครอันห่างไกลเช่นนี้เลย ขณะที่ราชินีแคลริซคงย้ำเสมอว่าเป็นหน้าที่ของคุณ ดังนั้น ราชินีจอมเข้มงวดจึงตกลงใจที่จะเคี่ยวเข็ญดาวที่ยังไม่เปล่งแสงคนนี้อย่าง เต็มความชำนาญ และแล้วเพชรในตมก็เปล่งประกาย เมื่อปรากฏว่าคุณปฏิบัติภารกิจคราวนี้ได้อย่างบริบูรณ์แบบที่สุด ในที่สุด เจ้าหญิงจำทนก็ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต ว่าคุณจะกลับไปอยู่กับครอบครัว หรือจะละทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหน้า เพื่อให้ยอมรับภาระหน้าที่ในราชวงศ์ อันมาพร้อมกับความเป็นเจ้าหญิงแห่งเจโนเวีย
"ความน่ารักของเจ้าหญิงฝึกหัด" The Princess Diaries เรื่องราวของ มีอา คุณร์โมโพลิส (แอนน์ แฮททาเวย์) เด็กสาวอายุ 15 ปี เด็กสาวที่ไม่มีตัวตนอยู่ในสังคมโรงเรียน และคุณก็พยายามทำให้ตัวเองไม่มีตัวตน เพียงแค่พูดหน้าชั้นเรียนยังรู้สึกต้องการจะอ้วก แต่แล้วในอีกไม่กี่วันก่อนวันเกิดอายุครบ 16 คุณก็ได้รับรู้ว่า คุณย่าของคุณเป็นราชินีประเทศจีโนเวีย ทำให้จากเด็กสาวธรรมดาไร้ตัวตนแปลงเป็นเจ้าหญิงรัชผู้สืบสกุลของประเทศจีโนเวียทันที ซึ่งทั้งหมดก็มาพร้อมกับความตลกสนุกสนาน เพราะตัวมีอาต้องเข้าฝึกอบรมบุคลิกต่าง ๆ เปลี่ยนจากสาวแว่นผมหยิกให้แปลงเป็นเจ้าหญิงแสนสวย ต้องฝึกกิริยาท่าทางการพูด เพื่อให้เตรียมรับกับตำแหน่งรัชผู้สืบสกุล และคุณจะแปลงเป็นราชินีเพื่อให้ปกครองประเทศแทนพ่อที่ประสบอุบัติเหตุต่อไปในอนาคต

แม้ว่าพล็อตของหนังจะไม่ได้มีอะไรใหม่และค่อนข้างเชยเมื่อรับชมในปัจจุบัน และสามารถคาดเดาได้อย่างง่าย ๆ แต่ความน่ารักน่าชัง และความสวยของ แอนน์ แฮททาเวย์ รวมไปถึงการแสดงที่ตลกเฮฮาผนวกด้วยวีรกรรมตลก ๆ พร้อมตัวประกอบที่มาสร้างสีสันให้เราได้อบยิ้ม ผสมองค์ประกอบแวดล้อมจึงส่งให้หนังค่อนข้างฟีลกู้ดพอสมควร และทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลินพร้อมเอาใจช่วยให้มีอาเปลี่ยนเป็นเจ้าหญิงหรือตัดสินใจรับหน้าที่อันเป็นภาระยิ่งใหญ่สำหรับเด็กสาวคนหนึ่งผู้ไม่เคยมีตัวตน ท้ายสุด The Princess Diaries เป็นอีกหนึ่งผลงานที่รับชมได้สนุก ๆ แบบไม่คิดอะไรมาก และรับชมพัฒนาการของแอนน์ แฮททาเวย์ ในหน้าที่หญิงสาวผู้ไม่มีใครสนใจให้เปลี่ยนเป็นเจ้าหญิงแบบโลกแฟนตาซี…

ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีคุณ (Silver Linings Playbook)

Silver Linings Playbook เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวโรแมนติกคอมเมดี้ดราม่าที่เขียนและกำกับโดยเดวิดโอรัสเซล ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนวนิยายเรื่อง The Silver Linings Playbook ของ Matthew Quick ในปี 2008 นำแสดงโดย Bradley Cooper และ Jennifer Lawrence ร่วมด้วย Robert De Niro, Jacki Weaver, Chris Tucker, Anupam Kher และ Julia Stiles ในหน้าที่ช่วยเหลือ

คูเปอร์รับบทเป็น Patrizio “Pat” Solitano Jr. ชายที่เป็นโรคไบโพลาร์ซึ่งได้รับการปล่อยตัวจากโรงพยาบาลจิตเวชและย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่รับบทโดย Robert De Niro และ Jacki Weaver ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาคืนเมียที่เหินห่างของเขาแพทได้พบกับม่ายสาวทิฟฟานี่แม็กซ์เวลล์รับบทโดยเจนนิเฟอร์ลอว์เรนซ์ซึ่งเสนอที่จะช่วยให้เขาได้เมียกลับคืนมาหากเขาร่วมการแข่งขันเต้นรำกับคุณ ทั้งสองสนิทกันมากขึ้นในขณะที่พวกเขาฝึกและแพทพ่อของเขาและทิฟฟานี่ตรวจตราความเกี่ยวเนื่องของพวกเขาซึ่งกันและกันในขณะที่พวกเขารับมือกับปัญหาของพวกเขา

Silver Linings Playbook เปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตประจำปี 2555 ช่วงวันที่ 8 กันยายน 2555 และได้รับการเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกาตอนวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 [3] ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดสู่ความสำเร็จที่สำคัญและได้รับรางวัลอย่างมาก ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์แปดรางวัลรวมทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยมผู้กำกับยอดเยี่ยมและบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม เรื่องนี้แปลงเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกนับตั้งแต่ปี 1981 Reds ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากสาขาการแสดงสี่ประเภทและเป็นเรื่องแรกนับตั้งแต่ปี 2004 Million Dollar Baby ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Big Five Oscars [4] โดย Lawrence ได้รับรางวัลออสการ์สาขาดาราหนังนำหญิงยอดเยี่ยม [5 ] นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองถึงสี่ครั้งโดยลอว์เรนซ์ได้รับรางวัลผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมือทองสามครั้งโดยรัสเซลชนะสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม; การเสนอชื่อชิงรางวัล Screen Actors Guild สี่ครั้ง; และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Independent Spirit Award ถึง 5 รางวัลซึ่งได้รับรางวัลใน 4 ประเภท ได้แก่ Best Feature [6] [7] [8] [9] ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในบ็อกซ์ออฟฟิศโดยทำรายได้ไปกว่า 236 ล้านเหรียญทั่วโลกมากกว่างบประมาณถึงสิบเอ็ดเท่า
หลังจากแปดเดือนได้รับการรักษาในสถานบริการสุขภาพจิตสำหรับโรคอารมณ์สองขั้ว Patrizio “Pat” Solitano Jr. (Bradley Cooper) ได้รับการปล่อยตัวให้อยู่ในความดูแลของ Patrizio Sr. ผู้เป็นพ่อ (Robert De Niro) และแม่ของ Dolores (Jacki Weaver) ที่เขา บ้านในวัยเด็กใน Upper Darby, Pennsylvania จุดสนใจหลักของเขาคือการคืนดีกับอดีตเมียของเขานิกกี้ (เบรียบี) คุณย้ายออกไปและได้รับคำสั่งห้ามเขาภายหลังที่แพทพบว่าคุณอยู่ข้างในห้องอาบน้ำกับผู้ชายอีกคนและทุบตีเขาอย่างร้ายแรง ในขณะที่เขาอยู่ในคลินิก Pat ได้ตีสนิทกับ Danny McDaniels (Chris Tucker) ชายผู้เรียบง่ายซึ่งมีข้อพิพาททางกฎหมายกับคลินิกว่าเขามีสิทธิ์ออกหรือเปล่า Patel (Anupam Kher) นักบำบัดโรคของ Pat พยายามอย่างสุดกำลังเพื่อให้โน้มน้าวให้เขากินยาต่อไปเนื่องด้วยการระเบิดอย่างร้ายแรงซ้ำ ๆ อาจส่งเขากลับไปที่คลินิก แต่แพทบอกเขาว่าเขามีมุมมองใหม่เกี่ยวกับชีวิตเขาพยายามมองเห็นสิ่งดีๆหรือเส้นสีเงินในทุกสิ่งที่เขาประสบ แพตใช้วลีภาษาละติน “Excelsior” แปลว่า “สูงกว่าเสมอ” หรือ “ขึ้นไปเรื่อย ๆ ” เป็นมนต์ของการมองโลกในแง่ดีใหม่ของเขา [10] ในขณะเดียวกัน Pat ก็ประสบกับความวิตกหนักใจหลายอย่างในชีวิตใหม่ของเขารวมทั้งปฏิกิริยาที่ร้ายแรงต่อ A Farewell to Arms ของเออร์เนสต์เฮมิงเวย์ซึ่งเขาโยนลงสู่สนามทำลายหน้าต่างห้องนอนของเขาในกระบวนการ

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำกับรอนนี่ (จอห์นออร์ติซ) เพื่อให้นของเขาและเวโรนิกา (จูเลียสไตลส์) เมียของรอนนี่แพตได้พบกับน้องสาวของเวโรนิกาทิฟฟานี่แม็กซ์เวลล์ (เจนนิเฟอร์ลอว์เรนซ์) ม่ายสาวที่มีความผิดปกติที่ไม่มีชื่อ พวกเขาเชื่อมต่อกันในมื้อเย็นโดยกล่าวถึงยาต่างๆที่ใช้จัดการกับอาการป่วยทางจิต สปาร์กบินไปมาระหว่างแพทและทิฟฟานี่และคุณพยายามเชื่อมต่อโดยเสนอเรื่องเซ็กส์แบบสบาย ๆ แต่แพตยังคงมุ่งเน้นที่จะดึงนิกกี้กลับมา ทิฟฟานี่พยายามที่จะใกล้ชิดกับแพทมากขึ้นและเสนอให้ส่งจดคือนิกกี้ – หากกลับกันเขาจะร่วมงานกับคุณในการแข่งขันเต้นที่กำลังจะมีขึ้น เขาเห็นด้วยอย่างไม่เต็มใจและทั้งสองเริ่มปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป แม้แดนนี่จะมาช่วย แต่เมื่อเขาทำเช่นนั้นแพทก็เริ่มหึงและแสดงความเสน่หาทิฟฟานี่ อย่างไรก็ตามเขาพยายามที่จะผลักดันความรู้สึกของเขาออกไป แพทเชื่อว่าการแข่งขันจะเป็นวิธีที่ดีในการแสดงให้นิกกี้มองว่าเขาเปลี่ยนไปและเป็นคนที่ดีขึ้น

Patrizio ผู้อาวุโสหวังที่จะเปิดร้านอาหารของตนเองและหันมาใช้การจองที่ผิดกฎหมาย ด้วยการพนันด้วยเงินเกือบทั้งหมดของเขากับผลลัพธ์ของเกมฟิลาเดลเฟียอีเกิลส์เขาจึงขอให้แพตร่วมในฐานะ “เสน่ห์แห่งโชคดี” แพทขอให้ทิฟฟานี่หยุดซ้อมเพื่อให้ร่วมเกม คุณตอบกลับแบบพิมพ์จากนิกกี้ซึ่งคุณบอกใบ้อย่างระมัดระวังว่าอาจมีโอกาสคืนดีระหว่างกัน ก่อนที่เขาจะเข้าไปในสนามกีฬาแพทและเจคพี่ชายของเขามีส่วนร่วมในการต่อสู้เมื่อแฟน ๆ เหยียดผิวบางกลุ่มก่อกวนแฟนชาวอินเดียกลุ่มหนึ่งซึ่งรวมทั้งดร. พาเทลนักบำบัดโรคของเขาและถูกตำรวจลากตัวไป The Eagles แพ้เกมและ Patrizio โกรธมาก ทิฟฟานี่ปรากฏตัวที่บ้านและชี้ให้มองว่าวิธีที่คุณ “อ่านป้าย” ทีมฟิลาเดลเฟียทำได้ดียิ่งกว่าเมื่อคุณและแพทอยู่ด้วยกัน ด้วยความเชื่อมั่น Patrizio ทำพาร์เลย์กับ Randy เพื่อให้นนักพนันของเขา: หาก Eagles ชนะเกมต่อไปและ Tiffany และ Pat ทำคะแนน 5 จาก 10 ในการแข่งขันเต้นรำของพวกเขาเขาจะได้รับเงินที่เสียไปจากการพนันนัดแรกเป็นสองเท่า แพทไม่เต็มใจและทิฟฟานี่โดโลเรสและปาทริซิโอก็สมคบกันที่จะชักชวนให้แพตเต้นในการแข่งขันโดยบอกเขาว่านิกกี้จะอยู่ตรงนั้น มีการเปิดเผยว่าพ่อแม่ของเขาแอบช่วยเหลือความพยายามของทิฟฟานี่ในการคบหากับเขา แพทสังเกตว่าจดหมายจากนิกกี้ยังซึ่งก็คือ “อ่านป้าย” และตระหนักว่าทิฟฟานี่เขียนไว้

ทิฟฟานี่แพทและเพื่อให้นและครอบครัวของพวกเขามาถึงการแข่งขันในคืนเกมบอล ทิฟฟานี่สิ้นหวังเมื่อคุณพบว่านิกกี้อยู่ในกลุ่มผู้ชมรับเชิญจากรอนนี่และเวโรนิกาซึ่งต้องการให้นิกกี้ยกเลิกคำสั่งห้ามของคุณกับแพทและให้โอกาสเขาคืนดีกับคุณ ทิฟฟานี่เดินไปที่บาร์และเริ่มดื่ม แพทพบช่วงเวลาก่อนเต้นรำและลากคุณขึ้นไปบนฟลอร์เต้นรำ พวกเขาเริ่มกิจวัตรเมื่ออินทรีเอาชนะดัลลัสเคาบอย ในตอนท้ายของเซตทิฟฟานี่และแพทได้คะแนนเฉลี่ย 5.0 คะแนน ท่ามกลางเสียงเชียร์จากเพื่อให้นและครอบครัวและสายตาที่สับสนจากฝูงชนแพทเข้าใกล้นิกกี้และพูดเบา ๆ ในหูของคุณ ทิฟฟานี่เห็นแล้ววิ่งหนี แพททิ้งนิกกี้ไว้เบื้องหน้าการสนทนาสั้น ๆ และไล่ตามทิฟฟานี่ เขาส่งจดหมายให้คุณซึ่งเขายอมรับว่าเขารู้ว่าคุณปลอมจดหมายของนิกกี้และยอมรับว่าเขารักคุณตั้งแต่ตอนที่ได้พบคุณแม้ว่าเขาจะใช้เวลานานมากในการตกลงกัน พวกเขาแบ่งปันจูบ Patrizio เปิดร้านอาหารด้วยเงินที่เขาชนะ Danny เติบโตใกล้ชิดกับ Solitanos มากขึ้นส่วน Pat และ Tiffany เริ่มความข้องเกี่ยวโดยไม่สวมแหวนแต่งงานอีกต่อไป