เรื่องย่อดั่งดวงหฤทัย 1

พระเทวีรู้ความจริงเรื่องการหายตัวไปของทรรศิกา พระเทวีโกรธทยุติธรมาก เมื่อรู้ว่าทยุติธรนำตัวมณิสรามาหลบซ่อนไว้ แทนที่จะจัดขบวนเสด็จส่งมณิสรากลับอย่างสมพระเกียรติ มณิสราเครียดจัดตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย โชคดีพระเทวีมาช่วยไว้ทัน มณิสราร้องไห้เสียใจที่ไม่สามารถลิขิตชีวิตของตนเอง พระเทวีจึงขอให้มณิสรามาเป็นบุตรสาวของตนเองอีกคน และลุกขึ้นยืดหยัดต่อสู้เพื่อให้บ้านเมืองอีกที

          นานวันไป เมื่อทรรศิกาได้ใกล้ชิดกับรังสิมันต์ จึงได้รู้ว่า เขาไม่ใช่คนโหดเหี้ยมอย่างที่ตนเองคิด ซ้ำยังเป็นคนเด็ดขาด แต่มากไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจ รังสิมันต์ให้เกียรติคุณเสมอมา ความกลัว ความเกลียดชัง แปรเปลี่ยนเป็นความรักของคนทั้งคู่ในเวลาต่อมา  รังสิมันต์จัดงานพิธีใหญ่ขึ้น เขายืนเด่นสง่าอยู่หน้าบัลลังก์ โดยมีคณะเสนาบดีพร้อมหน้า กรมวังประกาศพิธีอุปภิเษก ถวายพระยศแด่ทรรศิกากัญญาวดีแห่งกาสิก ดำรงพระยศเทียบเท่าเจ้าฟ้าหญิงแห่งกาสิกทุกประการ รังสิมันต์สวมมงกุฎให้กทรรศิกา ทั้งสองยืนคู่กันอย่างสง่างาม

          รังสิมันต์เดินทางไปส่งทรรศิกาที่พันธุรัตน์ เมื่อถึงชายแดน เขากลับถูกลอบยิง หัวใจของทรรศิกาแทบหลุดลอยตามรังสิมันต์ไป โชคดีที่ธารเทพ ทยุติธร และมณิสรามาทันเวลา ทยุติธรช่วยรังสิมันต์ไว้ด้วยการถ่ายเลือด ต่อชีวิตให้กับเขาอีกรอบ มณิสราขอโทษที่ตนเองเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเหตุวุ่นวายอย่างมาก แต่รังสิมันต์ไม่ถือโทษกับคุณ ซ้ำยังบอกอีกว่า เขาดีใจที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดทรรศิกาและรักกันในที่สุด รังสิมันต์ขอให้เขาได้เป็นพี่ชายของมณิสรา ไม่ว่าจะเกิดเหตุใดที่ทำให้คุณไม่สบายใจ ขอให้เขาได้ดูแลมณิสราเยี่ยงน้องสาวตลอดไป มณิสราปลื้มใจมาก ข้อผูกพันเรื่องการหมั้นหมายเป็นอันหมดสิ้นกันนับตั้งแต่บัดนี้ ทยุติธรดีใจมากที่เรื่องราวจบลงด้วยดี

          ทยุติธรพามณิสรากลับมาที่ทานตะ เล่าความจริงทุกอย่างทำให้เจ้าหลวงรู้ความจริง เรื่องที่วายุและชยารพีคิดแผนการณ์ชั่วร้ายต่าง ๆ สุดท้ายทั้งสองคนจึงต้องรับโทษต่อไป เจ้าหลวงอับอายไม่น้อยที่มณิสรากับรังสิมันต์ถอนหมั้นกัน แต่เมื่อทยุติธรบอกว่า ในไม่ช้าเมื่อมีพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์แห่งพันธุรัฐขึ้น เขาจะขอแต่งงานกับมณิสราต่อไป เจ้าหลวงจึงดีใจที่มณิสราจะได้เป็นราชินีแห่งพันธุรัฐ

          เมื่อรังสิมันต์กลับมากาสิก จึงประกาศยกเลิกการหมั้นหมายกับมณิสรา ทหารหลายข้างไม่พอใจ เพราะถือเป็นการหยามเกียรติ ทหารอยากให้ทำสงคราม แต่รังสิมันต์การันตีจะไม่ยอมรบ แต่จะใช้วิธีทางการฑูตแทน เพราะเลือดในตัวของเขาครึ่งหนึ่งเป็นของทยุติธร เลือดแห่งพันธุรัฐ เขาจะไม่ยอมทรยศต่อความดีงามเป็นอันขาด หลังจากประชุมเสร็จ อาการป่วยของรังสิมันต์ก็กำเริบ เขากลัวจะไม่ได้เห็นหน้าทรรศิกาอีก จึงรีบเดินทางไปหาที่พันธุรัฐ เขายอมรับสารภาพว่ารักทรรศิกาด้วยใจจริง  พระเทวีมาเจอ จึงรีบให้หมอหลวงรักษาให้หายดี

ดั่งดวงหฤทัย
          รังสิมันต์บอกกับพัชรธาร ว่าเขารักคุณแบบน้องสาวคนหนึ่งแค่นั้นพัชรธารยอมรับในความรักที่รังสิมันต์มีต่อทรรศิกา คุณจึงไปเป็นนักบวช คอยช่วยเหลือราษฎร แจกจ่ายอาหารให้ผู้ทุกข์ยาก และยินดีกับคนทั้งสองจากใจจริง

          เมื่องานราชิภิเษกมาถึง ทยุติธรได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งพันธุรัตน์ โดยมีมณิสรายืนใกล้เคียง รังสิมันต์ ราชิด เบนลี ร่วมพิธีด้วย รังสิมันต์ขอพระเทวีแต่งงานกับทรรศิกาอย่างเป็นทางการ พระเทวีตกลงใจ เพราะเห็นแก่ความรักที่แท้จริงของคนทั้งสอง เบนลีกับกระวาน ก็ได้ครองรักกัน ทยุติธรได้แต่งงานกับมณิสรา ส่วนรังสิมันต์ก็ได้แต่งงนกับทรรศิกา ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างสุขสบาย ทั้งกาสิก พันธุรัตน์ และทานตะ ผูกพันแน่นแคว้น ไม่มีสิ่งอื่นใดมาทำลายความมั่นคงผาสุขนี้ได้อีกต่อไป

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 10/16

คีชอลทั้งดีใจและตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ เมื่อรู้ว่าอึนซูมาจากสวรรค์และเป็นผู้หยั่งรู้อนาคตจริงๆ คีวอนถามพี่ชายว่าควรชิงตัวอึนซูกลับมาไหม ยางซาแย้งว่าถึงได้ตัวอึนซูคืนมาก็ไม่มีประโยชน์ถ้าหากคุณไม่ยอมเผยความจริง คีชอลเห็นด้วยกับยางซาและบอกว่าตนจะจัดการปัญหาดังที่กล่าวมาแล้วด้วยวิธีง่ายๆ และตรงไปตรงมา ตอนนี้ตนอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว เพราะยังมีอะไรให้ค้นหาและไขว่คว้าอีกมาก คงมีเพียงเวลาเท่านั้นที่ลดน้อยถอยลง

ฮวา ซูอินหันไปเห็นอึมจามีเลือดออกที่ใบหูจึงช่วยเช็ดคราบเลือดให้ พลางถามว่าทำไมอึมจาถึงเปิดหู (ใช้วิชาหูทิพย์) ทั้งๆ ที่หูของเขาไวกว่าคนอื่นถึง 12 เท่า และการทำเช่นนั้นอาจทำให้เขาหูหนวกได้ อึมจาตอบว่าเป็นเพราะคีชอลอยากรู้ ซูอินแย้งว่าแทนที่จะยอมเสี่ยง เขาควรโกหกว่าแอบฟังแล้วแต่ไม่ได้ยินอะไรเลย อึมจาโกหกไม่เป็นจึงถามกลับว่าการโกหกมันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ ซูอินหัวเราะแล้วตอบว่าการโกหกนั้นง่ายกว่าพูดความจริงเสียอีก หลังจากนั้นซูอินก็ถามถึงชเวยองทำให้อึมจาอารมณ์เสีย และถามกลับว่าอยากรู้ไปทำไม ซูอินลูบหัวอึมจาแล้วบอกว่าคีชอลชอบเล่นกับโลก (อยากครองโลก) มากที่สุด ส่วนคุณชอบเล่นกับหัวใจผู้ชาย จากนั้นก็ถามอึมจาว่าเขาชอบเล่นกับอะไรมากที่สุด เมื่อเห็นอึมจาออกอาการหงุดหงิด  ซูอินก็บอกว่าอย่าโกรธไปเลย สำหรับคุณแล้วชเวยองเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งก็เท่านั้น

อึนซูเข้าไปดูอาการอี ซองเก แล้วถามว่าเจ็บแผลไหม  ซองเกตอบว่าพอทนได้ เขาทำท่าว่าจะลุกขึ้น แต่ถูกอึนซูห้ามเอาไว้ เขาจึงนอนลงแล้วถามอึนซูว่าคุณคือหมอที่มาจากสวรรค์ใช่ไหม อึนซูตอบว่าทุกคนต่างก็เรียกคุณเช่นนั้น ซองเกกล่าวว่าอีกไม่นานพ่อของตนก็จะกลับมา เมื่อถึงตอนนั้นพ่อของตนจำเป็นจะต้องมอบรางวัลให้อึนซูอย่างแน่ๆ  อึนซูตัดบทด้วยการถามว่าเขาชื่ออะไร อี ซองเกแนะนำตัวแล้วบอกว่าเดิมทีตนอยู่ที่ชอนจูแต่ตอนนี้อยู่ที่มณฑลซังซอง อึนซูฟังแล้วได้แต่ถอนใจ

หลังจากเดินครุ่นคิดมาตลอดทาง ชเวยองก็สั่งให้แทมานไปที่สำนักหมอหลวง แทมานได้ฟังดังนั้นก็บอกว่า "ขอรับ" แล้วรีบทำตามคำสั่งที หลังวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวแทมานก็วิ่งกลับมาถามว่าจะให้ตนไปตรงนั้นทำไม ชเวยองจึงบอกให้ไปดูว่าอึนซูอยู่ที่สำนักหมอหลวงหรือเปล่า หลังแทมานวิ่งออกไปแล้วโทลแบก็วิ่งสวนเผ่านาและแถลงการณ์ว่าคีชอลเผ่านาในวังและตรงไปที่ตำหนักพระเจ้าคงมิน

เรื่องย่อ ล่ารักล่าแค้น (Shark) ตอนที่ 7

แฮอูถามว่าอีซูเป็นลูกของโชเฟอร์ฮันหรือ จากนั้นก็แหย่ว่าเขาหล่อสู้พ่อไม่ได้ แถมพ่อของเขายังมีบุคลิกที่ดียิ่งกว่าอีกด้วย แฮอูเห็นอีซูตอบซ้ำๆ ว่า รู้แล้วๆ คุณจึงถามอีซูว่า "แล้วนายรู้มั๊ยว่าวันนี้เป็นวันเกิดของชั้น" อีซูหยุดเดินแล้วหันไปมองหน้าแฮอู แฮอูจึงบอกว่า ถ้ายังไม่รู้ก็จำไว้ เพราะคุณอยากได้ของขวัญวันเกิดจากเขาในปีหน้า จากนั้นก็ถามว่า ทำไมเขาถึงไม่ยอมคุณขี่หลัง (รู้ทั้งรู้ว่าคุณขาเจ็บและวันนี้ก็เป็นวันเกิดคุณ)  อีซูยิ้มแล้วบอกว่าฝันไปเถอะ หลังแหย่อีซูแล้วแฮอูซึ่งเจ็บทั้งกายและใจก็ยิ้มออก 

โชเฟอร์ฮันพาอีซูมาแนะนำตัวกับปู่และพ่อของแฮอู (แฮอูนั่งมองอยู่บนบันได) ปู่ของแฮอูถามอีซูว่าโตขึ้นอยากเป็นหรือทำอะไร อีซูตอบว่าตนอยากทำงานหาเงินเพื่อให้เลี้ยงพ่อกับน้องสาว  พ่อแฮอูถามว่าเขาจะหาเงินยังไง ปู่ของแฮอูเสริมว่าการหาเงินเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่วิธีที่มนุษย์เราใช้เงินเป็นสิ่งสำคัญกว่า อีซูตอบว่าโลกนี้มีเงินอยู่ 2 ประเภท คือเงินที่ได้มาโดยสุจริตกับเงินที่ได้มาโดยผิดกฏหมายหรือเปล่าถูกต้อง และเขาก็ต้องการหาเงินโดยสุจริต ปู่แฮอูหัวเราะชอบใจ เขาบอกว่าแม้จะเป็นตอนๆเวลาสั้นๆ แต่ให้คิดเสียว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ดังนั้นจงทำตัวตามสบาย และอย่ามองพวกตนว่าเป็นคนอื่นคนไกล  (พ่อแฮอูทำปากเบ้และเขย่านาฬิกาข้อมือตลอดเวลา)

หลังจากนั้น ประธานโจก็ต่อว่าลูกชายตน (พ่อแฮอู) เรื่องข่าวฉาว พร้อมด้วยขู่ว่าหากไม่ยอมปรับปรุงตัวก็อย่าหวังว่าจะได้สืบทอดกิจการโรงแรม 

แม้ครอบครัวอีซูจะฐานะไม่ดีแต่ก็มีความอบอุ่น ทุกคนต่างรักใคร่และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในตอนเช้าอีซูจะช่วยพ่อดูแลน้องและพาน้องไปส่งโรงเรียน (ส่วนน้องสาวตัวน้อยก็ช่วยจัดโต๊ะอาหาร) เมื่อไปถึงโรงเรียนอีซูก็ทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด เขาตั้งมั่นเรียนและขยันอ่านหนังสือ พอถูกแฮอูตามมารบกวนเขาก็ลุกหนีโดยอ้างว่าหนวกหู ครั้นพอแฮอูขอเป็นเพื่อให้นเขาก็ปฏิเสธ โดยบอกว่าตนไม่อยากเป็นเพื่อให้นกับคนน่าเบื่อ แฮอุถามว่าตนน่าเบื่อตรงไหน อีซูถามกลับว่าทำไมคุณถึงชอบโดดเรียน แฮอูตอบว่า "ก็มันน่าเบื่อนี่" อีซูจึงชี้ชัดว่า "เพราะอย่างงี้คุณถึงได้น่าเบื่อไง" แฮอูถามด้วยน้ำเสียงเอาเรื่องว่า "หมายความว่ายังไง" อีซูถอนใจแล้วตอบว่า "คุณคิดว่าตัวเองโชคร้ายที่สุดในโลกใช่ไหม มีแต่คุณเท่านั้นที่เป็นทุกข์ ไม่มีใครเข้าใจคุณ และคุณคิดว่านั่นมันไม่แฟร์ใช่ไหม" แฮอูสวนกลับ "อย่าคิดนะว่านายน่ะดีพร้อมไปหมดทุกอย่าง"  อีซูกล่าวว่า "โลกนี้เต็มไปด้วยคนน่าเบื่อ ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นทุกข์และเจ็บปวดเพราะคนเหล่านั้น ก็ไม่เห็นต้องทำตัวเหมือนคนพวกนั้นเลย…. และชั้นก็ไม่ชอบเวลาที่คุณเป็นแบบนั้น"

เรื่องย่อ มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ (Swords of Legends) ตอนที่ 8

หลังสะกดวิญญาณปีศาจได้แล้ว นักพรตจื่ออิ้นก็ตำหนิท่านยายแห่งโยวตูที่ไม่รักษาคำพูด ท่านยายอธิบายว่าวิญญาณปีศาจของกระบี่เฝินจี้ได้ตื่นขึ้นแล้ว และนั่นก็จะยิ่งทำให้กระบี่มีพลังชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น อึกไม่นานหยุนซีก็จะถูกกระบี่เฝินจี้ครอบงำจนเปลี่ยนเป็นนักฆ่าใจคอโหดเหี้ยม จึงควรกำจัดหยุนซีเสียตั้งแต่ตอนนี้ นักพรตจื่ออิ้นกล่าวว่าตนพาหยุนซีมาที่โยวตูเพราะต้องการช่วยชีวิตหยุนซี หากทางโยวตูไม่ยอมช่วย ตนคงต้องหาทางช่วยชีวิตหยุนซีด้วยตนเอง ท่านยายและเหล่าผู้อาวุโสได้ยินดังนั้นจึงพยายามขัดขวางไม่ยอมให้นักพรตจื่ออิ้นนำตัวหยุนซีและกระบี่เฝินจี้ออกไป หลังจากนั้น ทั้งสองข้างจึงต่อสู้กัน แม้จะได้รับบาดเจ็บจากการใช้พลังสะกดวิญญาณกระบี่เฝินจี้ก่อนหน้านี้ แต่นักพรตจื่ออิ้ก็สามารถฝ่าวงล้อมและนำตัวหยุนซีออกมาทางด้านนอก โดยมีฉิงเสี่ยเป็นผู้นำทางไปสู่ประตูทางออก

นักพรตจื่ออิ้นพาหยุนซีมาที่สำนักเทพเทียนยงเฉิง ณ เทือกเขาคุนหลุน (เมืองกำแพงสวรรค์) โดยมอบหมายให้ลูกศิษย์นามว่า "หลิงเยว่"  คอยเฝ้าดูแล หลังหลับไปนาน 7 วัน 7 คืน หยุนซีก็ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำที่หายไป 

หลังช่วยกันสะกดและปิดผนึกวิญญาณปีศาจของกระบี่เฝินจี้ในตัวหยุนซีแล้ว (หยุนซีต้องคำสาปของกระบี่เฝินจี้มาตั้งแต่เกิด ส่งผลให้เขาต้องแปลงเป็นเด็กกำพร้า ด้วยความที่แม่ของหยุนซีและนักพรตจื่ออิ้นเคยเป็นเพื่อให้นกัน นักพรตจื่ออิ้นจึงทำทุกอย่างเพื่อให้ปกป้องหยุนซี)  นักพรต "หานซู" เจ้าสำนักเทียนยง ก็เตือนนักพรตจื่ออิ้นว่า แม้ตนจะสะกดวิญญาณปีศาจในตัวหยุนซีได้สำเร็จ แต่ก็ไม่อาจสกัดกั้นพลังมารเฝินจี้ในตัวหยุนซีได้ และพลังดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วก็จะเติบโตไปพร้อมกับหยุนซี เมื่อหยุนซีโตขึ้นพลังมนต์ปิดผนึกก็จะเสื่อมลง ส่งผลให้วิญญาณปีศาจตื่นขึ้นอีกทีพร้อมพลังมารที่แก่กล้า เมื่อถึงวันนั้นหยุนซีก็จะถูกกระบี่เฝินจี้ครอบงำทั้งร่างกายและจิตใจ  นักพรตจื่ออิ้นได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวว่า  แม้จะเป็นเช่นนั้นตนก็ยังอยากช่วยหยุนซี

เจ้าสำนักแย้งว่าอีกหน่อยหยุนซีจะกลายเป็นเครื่องมือของกระบี่มารเฝินจี้ ถึงแม้นักพรตจื่ออิ้นจะไม่ส่งตัวหยุนซีให้แก่โยวตู แต่หยุนซีก็อยู่ที่นี่ไม่ได้อยู่ดี หงอวี่ (หง-อวี่) จึงแนะนำให้นักพรตจื่ออิ้นรับหยุนซีเป็นศิษย์ชั่วคราว แต่ด้วยเหตุว่านักพรตจื่ออิ้นภายในบอบช้ำจากการใช้พลังสะกดวิญญาณปีศาจที่โยวตู จึงจำเป็นต้องเก็บตัวเพื่อให้รักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูพลัง ทำให้ไม่สามารถดูแลหรือรับหยุนซีเป็นศิษย์ได้ เจ้าสำนักกล่าวว่าถ้านักพรตจื่ออิ้นไม่อาจรับหยุนซีเป็นศิษย์ก็ต้องพาหยุนซีไปอยู่ในที่ๆ ห่างไกลจากกระบี่เฝินจี้ มิเช่นนั้น หยุนซีอาจเป็นอันตรายและจะส่งผลร้ายต่ออนาคตของหยุนซี (หยุนซีซึ่งแอบฟังมาโดยตลอดได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเสียใจ)

เรื่องย่อ หนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน (Misaeng) ตอนที่ 10

หัวหน้าโอขับรถออกจากสนามบินในสภาพอ่อนล้าและทรุดโทรมสุดๆ ปรากฏว่าบนทางด่วนรถติดอย่างหนัก หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมงดงชิกอดเป็นห่วงไม่ได้เลยโทรฯ ไปหาหัวหน้าโออีกที หัวหน้าโอพยายามข่มใจไม่ให้สติแตกขณะบอกว่ารถของตนเพิ่งจะขยับเพียง 500 เมตร เขากล่าวกับดงชิกว่าพวกตนควรออกจากคอมฟอร์ตโซนเพื่อให้แสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิตแทง้างจากนั้นก็หัวเราะร่า ดงชิกเตือนว่าถ้าหัวหน้าโอไม่ไปพบลูกค้าด้วยตนเองจะถูกไล่ออก  หัวหน้าโอบอกตามตรงว่าต่อให้รีบมากแค่ไหนตนก็ไม่มีทางไปถึงทันเวลาเพราะตอนนี้รถวิ่งด้วยความเร็วเพียง 12 กม./ช.ม. ขณะที่จุดนัดพบอยู่ห่างออกไป 8 กม. ตนจะไปถึงที่หมายในอีก 50 นาทีข้างหน้า และนั่นก็หมายความว่าตนจะไปสายถึง 30 นาที

ดงชิกชักเริ่มสติแตกและร้องหาเบอร์ผู้จัดการข้าง คือแรจึงต่อสายให้ทันที (ดงชิกรู้สึกแปลกใจที่คือแรในวันนี้ต่างจากเมื่อวานลิบลับ แต่เขายุ่งเกินกว่าจะใส่ใจ) ปรากฏว่าผู้จัดการข้างบอกให้ส่งคือแรไปรับหน้าลูกค้าขณะที่หัวหน้าโอยังไปไม่ถึง  ดงชิกได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้ง เขาพยายามบอกผู้จัดการข้างว่าคือแรยังทำอะไรไม่ค่อยเป็นแต่ผู้จัดการข้างไม่ฟัง ดงชิกหยิบกล่องตัวอย่างสินค้า (เค้กข้าวโสม) ให้คือแรโดยบอกให้นำไปมอบแก่ลูกค้า และบอกว่านี่เป็นโอกาสที่คือแรจะได้พิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นมองว่าตนเองก็มีดี ถึงแม้ว่าจะไม่เคยมีดีมาตลอด 26 ปีก็ตาม ดงชิกไม่คิดว่าคือแรจะเอาลูกค้าชาวต่างชาติอยู่ และกลัวว่าเขาจะก่อเรื่องให้บริษัทเดือดร้อน จึงเตรียมทำจดหมายขอขมาเอาไว้ 2 ชุด (สำหรับตนและหัวหน้าโอ)

เมื่อไปถึงจุดนัดพบ หัวหน้าโอก็หยอดตาพลางโวยลั่นที่ดงชิกส่งพนักงานฝึกหัดอย่างคือแรมาพบลูกค้าคนสำคัญทั้งๆ ที่คือแรพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พอเดินเข้าไปหาลูกค้าเขาก็พบว่าลูกค้ากำลังเพลิดเพลินกับการเล่นเกมพาตุกบนกระดาษจนลืมเวลา  หลังเสร็จธุระแล้วทั้งคู่ก็เดินทางกลับออฟฟิศ ขณะอยู่ในรถหัวหน้าโอถามคือแรว่าเขาทำอะไรก่อนมาทำงานที่นี่ คือแรบอกตามตรงว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หัวหน้าโอบอกตามตรงว่าคือแรโชคดีที่เผ่านาตอนตนไม่อยู่ เพราะถ้าตนอยู่ตนจะไม่ยอมให้บริษัทว่าจ้างคือแรเด็ดขาด ต่อให้คือแรเป็นลูกชายโอบาม่าก็ตาม เพราะเขาต้องการคนที่เป็นงานอยู่แล้วและสามารถทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งสอน

เรื่องย่อ จอมกษัตริย์ตำนานอักษร (Deep Rooted Tree) ตอนที่ 8

แม้พระเจ้าเซจงจะประทับนั่งบนบัลลังก์ต่อหน้าเหล่าขุนนางในท้องพระโรง แต่พระองค์กลับไม่มีอำนาจและหน้าที่ใดๆก็ตา เพราะอดีตพระราชาเป็นผู้ว่าราชการและตัดสินใจเรื่องต่างๆ เองทั้งหมด (ทำทุกอย่างในนามพระเจ้าเซจงโดยรวมหัวกับเหล่าขุนนาง) มัลแซงนำราชโองการที่ระบุให้ตัดหัวปาร์คซ็อบกับชิมจอง และสั่งประหารข้าหลวงคังกลางถนน มาให้พระเจ้าเซจงทอดพระเนตรและลงนาม ขณะที่ขุนนางใหญ่อีกคนเสนอให้จับกุมใต้เท้าชิม-อนเมื่อกลับจากต้าหมิง พระเจ้าเซจงซึ่งเป็นเพียงพระราชาหุ่นเชิดได้แต่เก็บงำความรู้สึกเคียดแค้นเอาไว้ในใจ อดีตพระราชาเห็นพระโอรสยังคงนั่งนิ่งจึงเร่งให้รีบประทับตรา ในที่สุดพระเจ้าเซจงก็ยอมทำตามแต่โดยดี

เมื่อพระเจ้าเซจงเสด็จมาที่ห้องเล่นเกมซูโดกุก็รู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าอดีตพระราชากำลังยืนรออยู่  อดีตพระราชาได้ยินว่าตลอดสองสามวันที่ผ่านมาพระเจ้าเซจงทรงเก็บตัวเงียบเลยนึกสงสัยว่าพระองค์กำลังอ่านหนังสือเล่มไหน  พอเผ่านาดูถึงได้รู้ว่าพระองค์ทรงติดเกมปริศนาตัวเลข ซึ่งเป็นเกมที่ยิ่งเล่นยิ่งติด แม้แต่เหล่าบัณฑิตชายหนุ่มของโชซอนก็ยังพากันหมกมุ่นอยู่กับเกมนี้ เมื่อรู้ว่าพระเจ้าเซจงยังไขปริศนาตัวเลขไม่สำเร็จ อดีตพระราชาจึงบอกว่าจะช่วยไขปริศนาให้ ถึงแม้จะยังไม่เคยเล่นแต่อดีตพระราชาก็รู้ว่าจำเป็นต้องเรียงตัวเลขที่ไม่ซ้ำกันให้มีผลบวกเท่ากันทั้งในแนวตั้ง แนวนอน และแนวทแยง ซ้ำยังบอกด้วยว่าเป็นเกมที่ง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อนเลยสักนิด

อดีตพระราชาเขี่ยตัวเลข (ที่เขียนด้วยอักษรจีน) ทั้งหมดบนบอร์ดทิ้ง แล้วหยิบ 'เลขหนึ่ง' ขึ้นมาวางกลางบอร์ดเพียงตัวเดียว จากนั้นก็ชี้ให้มองว่าไม่ว่าจะมองแนวไหนผลลัพธ์ที่ได้ก็เท่ากับหนึ่ง ดังนั้น ไม่ว่าที่บนบอร์ดจะใหญ่สักขนาดไหน แค่โยนเลขอื่นทิ้งไปแล้วเหลือไว้แค่เลขหนึ่งก็จบ หากมัวแก้ปัญหาแบบพระเจ้าเซจงจะไม่ทันการ ขนาดไขปริศนาบนที่ตารางแบบ 33 x 33  พระองค์ยังทำไม่สำเร็จทั้งๆ ครุ่นคิดมานานหลายวัน และถ้าปัญหาใหญ่กว่านั้นจำเป็นจะต้องใช้เวลาอีกสักเท่าไร โลกเราเปรียบเหมือนบอร์ด (เกมปริศนาตัวเลข) ขนาดใหญ่ยักษ์ หากมัวครุ่นคิดให้วุ่นวายยุ่งยากแบบพระเจ้าเซจงคงต้องใช้เวลาในการไขปริศนาเป็นร้อยๆ ปี แต่ปัญหาก็คือมนุษย์เราไม่อาจอยู่บนโลกได้นานขนาดนั้น

อดีตพระราชากล่าวว่า การไขปริศนาในแบบฉบับของตนก็คือวิธีคิดแบบพระราชา มันคือการใช้อำนาจ คือการกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการตลอดจนเสี้ยนหนามทั้งหมดทิ้งไป แล้วรวบอำนาจมาอยู่ในมือ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็คือแนวทางที่ตนใช้มาโดยตลอด อดีตพระราชายังย้ำด้วยว่า นอกจากตนแล้ว ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะมีอำนาจ  (พระองค์เคยเข่นฆ่าพี่น้องเพื่อให้แย่งชิงบัลลังก์มาแล้ว) หากใครคิดแข็งข้อหรือเป็นปฏิปักษ์กับตนควรต้องตายทุกคน จากนั้นก็เตือนพระเจ้าเซจงว่า "จงอย่าคิดทำสิ่งใด และเล่นเกมของเจ้าต่อไป เข้าใจที่ข้าพูดใช่ไหม" พระเจ้าเซจงโกรธจนตัวสั่นแต่ก็ทำได้เพียงแค่อดทนอดกลั้น

เรื่องย่อ Liar Game เกมลวงแหล ตอนที่ 2

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจช่วยคุณโดยมีข้อแม้ว่าหากเขาทำให้คุณชนะในรอบนี้ (ด้วยการชิงเงิน 500  ล้านวอนคืน และหลอกเอาเงิน 500 ล้านวอนของอาจารย์มาให้คุณ) คุณจึงควรแบ่งเงินรางวัลกับเขาคนละครึ่งและต้องถอนตัวจากการแข่งขัน ดาจองวางใจอูจินจึงตอบตกลงและขอเล่นเกมโดยใช้สิทธิ 'ตัวช่วย' ทันที หลังได้นักต้มตุ๋นอัจฉริยะที่เชี่ยวชาญด้านการทำสงครามจิตวิทยามาเป็นตัวช่วย ดาจองก็ฮึดสู้และประกาศสงครามกับอาจารย์ตามคำแนะนำของอูจินทันที คุณไม่รู้สึกตัวว่าอูจินนำจุดอ่อนของคุณที่เป็นคนใสซื่อและแสแสร้งแกล้งโกหกไม่เป็นมาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการได้อย่างแยบยล กว่าจะรู้สึกตัวว่าเป็นผู้ชนะเงินรางวัลก็มากองอยู่ตรงหน้า ดาจองจึงแบ่งเงินให้อูจินครึ่งหนึ่ง (250 ล้านวอน) ตามสัญญา (เขาตั้งอกตั้งใจว่าจะคืนเงินส่วนนี้ให้ดาจองภายหลัง เพราะรู้ว่าดาจองไม่ได้อ่านสัญญาเลยยังไม่รู้ว่าถ้าถอนตัวออกจากการแข่งขันตามที่รับปากกับเขา คุณจำเป็นต้องจ่ายค่าปรับครึ่งหนึ่งของเงินรางวัล)   

ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะจบลงอย่างราบรื่นแต่ความจริงแล้วนี่เป็นเพียงจุดเริ่ม เพราะดาจองเห็นอาจารย์โดนทวงหนี้สุดโหดเลยนำเงินรางวัลทั้งหมดมาปลดหนี้ให้อาจารย์ (อาจารย์คุณเป็นหนี้ 250 ล้านวอนพอดี) คุณจึงไม่สามารถถอนตัวจากการแข่งขันตามที่รับปากกับอูจินได้เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ขณะที่อูจินก็ถูก  "คัง โดยอง" ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ "Liar Game" (และเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหน้า) ให้ร่วมการแข่งขันโดยนำปมอดีตของเขามาท้าทาย อูจินยอมร่วมการแข่งขันเพราะต้องการสืบหาเบื้องลึกเบื้องหน้าเรื่องราวต่างๆ โดยนำเงินที่ตั้งอกตั้งใจว่าจะคืนให้ดาจองมาจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไข

แม้จะอยู่ร่วมเวทีและมีสถานะเป็นคู่แข่งขันกัน แต่ดาจองยังคงวางใจอูจิน ขณะที่อูจินเองก็ไว้ใจดาจองเพราะรู้ว่าคุณไม่โกหกและไม่มีทางทรยศหักหลังใคร คุณกับเขาจับมือกันเอาชนะการแข่งขันในรอบต่างๆ แต่เป้าหมายของทั้งคู่ไม่ใช่เงินรางวัล 1 หมื่นล้านวอน หากเป็นการช่วยเหลือผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ไม่ให้กลายเป็นเหยื่อของทางรายการ

บทสรุปของละครเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรติดตามชมได้ใน "Liar Game เกมลวงแหล" ทางช่องโมโน29

* เนื้อหาโดย luvasianseries  

ดารานำ

ลี ซังยูน
รับบท ฮา อูจิน
อาชีพ: นักต้มตุ๋น อายุ: 28 ปี

"ทำไมถึงไม่เชื่อเขาล่ะ? ชั้นว่าคุณอยากเชื่อนะ"

"ฮา อูจิน" เป็นอัจฉริยะนักต้มตุ๋นที่จบการศึกษาจาก "มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล" (สถาบันการศึกษาระดับแถวหน้าของเกาหลีใต้) และเพิ่งจะพ้นโทษมาหมาดๆ เขามีความคิดอ่านแบบอัจฉริยะ เคยสร้างวีรกรรมในคดีปั่นและทุบหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาฝึกฝนตนเองให้เป็นคนเหลี่ยมจัดและมีทักษะขั้นเทพในการทำสงครามจิตวิทยา ทั้งยังช่ำชองเรื่องการต้มตุ๋นและใช้กลโกงในการหาเงินเข้ากระเป๋า พอเผ่านาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ  "Liar Game" เขาจึงโชว์ความเก๋าจนแปลงเป็นหนึ่งในจุดขายของรายการ ข้อได้เปรียบของเขาก็คือการล่วงรู้ความคิดและอ่านใจคนออกโดยวิเคราะห์จากสีหน้าท่าทาง ทั้งสามารถล้วงลึกสิ่งที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งใจคน ไม่ว่ากติกาการแข่งขันจะมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพียงใดเขาก็มองออกและรับมือได้หมด ถึงแม้จะตกอยู่ในสภาวะคับขันเขาก็ยังสามารถคิดหาทางออกและพลิกกลับมาเอาชนะได้เสมอ

เมื่อสองปีก่อนอูจินจบปริญญาโทด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลและเปลี่ยนเป็นศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่อายุน้อยที่สุด แต่พอแม่จากไปอย่างกระทันหันโลกของเขาก็เปลี่ยนไป แม้เขาจะเป็นปรมาจารย์ที่สามารถวิเคราะห์และอ่านใจคนจนล่วงรู้ได้ว่าคนอื่นกำลังคิดอะไร แต่เขากลับไม่อาจนำความถนัดของตนมาปกป้องคนที่เขารักและสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา เมื่อ "นัม ดาจอง" ผู้เข้าแข่งขันรายการเรียลลิตี้ที่แลดูสวยใสไร้สมองและเพิ่งจะโดนคนที่ตนเองไว้ใจหลอกมาหมาดๆ ถือสัญญาที่ทำกับรายการทีวีมาวิงวอน เขาจึงลองตรวจดูดู เมื่อพบว่ามีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล เขาจึงเชื่อว่านี่ไม่ใช่รายการทีวีธรรมดาแต่เป็นกับดักกลลวงที่ล่อให้คนเข้าไปตกหลุมพราง เขาจึงยอมช่วยเหลือและคอยปกป้องคุณ

เรื่องย่อ หม่าฟู่หยา หัวใจเพื่อบัลลังก์ (The Glamorous Imperail Concubine) ตอนที่ 6

ฟู่หย่าพาเหลียนเฉิงไปที่จวนของเซียงอวิ๋นแล้วลงมือฝังเข็มด้วยตนเอง (คุณไว้ใจและนับถือเซียงอวิ๋นดุจพี่สาวแท้ๆ) พอรู้ว่าชายชายหนุ่มรูปงามที่นอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่ตรงหน้าคือองค์ชายรัชผู้สืบสกุลแคว้นเป่ยฮั่น เซียงอวิ๋นก็แอบจ้องตาเป็นมัน หลังฟู่หย่าเล่าวีรกรรมของตนให้เซียงอวิ๋นฟัง เซียงอวิ๋นก็ตำหนิฟู่หย่าที่ก่อเรื่องจนแผ่ขยายบานปลาย จากนั้นก็เตือนว่าตอนนี้เหล่าทหารและเจ้าหน้าที่กรมอาญากำลังพลิกแผ่นดินหาฟู่หย่า ฟู่หย่ารู้สึกตัวว่าคราวนี้ตนคงรอดยากจึงฝากให้เซียงอวิ๋นช่วยดูแลเหลียนเฉิง

พอรู้ว่าฟู่หย่ากำลังจะกลับเข้าวังไปขอขมาฮ่องเต้และฮองเฮา เซียงอวิ๋นก็ถึงกับหน้าถอดสีและพยายามหว่านล้อมไม่ให้ฟู่หย่าไปพบฮ่องเต้ โดยอ้างว่าถ้ากลับเข้าวังคุณจะมีโทษถึงตายและคราวนี้แม้แต่ฮ่องเต้เองก็คงช่วยชีวิตคุณไม่ได้ ฟู่หย่าชี้ว่าตนไม่ได้กลับเข้าวังเพื่อให้ขอพระราชทานอภัยโทษ แต่จะไปรับโทษตายเพื่อให้ไม่ให้เป็นที่ครหาและป้องกันไม่ให้พระบิดาถูกแคว้นเป่ยฮั่นประณาม เซียงอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็แอบเบาใจแต่ยังคงเสแสร้งแกล้งเป็นห่วงเหมือนกับเป็นพี่สาวที่แสนดี ปรากฏว่าฟู่หย่ายังไม่ทันกลับเข้าวังก็ถูกทหารของอี้ฟางดักจับกุมเสียก่อน และถูกนำตัวไปลานประหารทันที

ครั้นพอถึงเวลาเที่ยง ลูกน้องของอี้ฟางก็สั่งให้เพชฌฆาตลงมือประหารฟู่หย่าท่ามกลางเสียงร้องระงมของเหล่าประชาชน ในขณะที่คมดาบกำลังจะตัดเข้าที่ลำคอของฟู่หย่า อี้ปิงก็ร้องห้ามและยิงธนูขวางเอาไว้ พอรู้ว่าฮ่องเต้กำลังเสด็จมายังลานประหารอี้ฟางก็รู้สึกตระหนกตกใจและผิดหวัง ขณะที่ประชาชนต่างพากันโล่งใจ เมื่อมาถึงฮ่องเต้ก็ตรงดิ่งไปยังลานประหารและแก้มัดให้ฟู่หย่าจากนั้นก็ชวนกลับเข้าวัง อี้ฟางและลูกสมุนเห็นดังนั้นจึงรีบเผ่านาขวางโดยอ้างว่าเชื้อพระวงศ์ทำผิดต้องรับโทษเยี่ยงสามัญชน

แม้สมุนของอี้ฟางจะนำเรื่องการรักษากฏหมายและความชอบธรรมมากล่าวอ้าง แต่ฮ่องเต้ไม่สนใจและยืนกรานว่าจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องพระธิดาของตน ทันใดนั้น ผู้ติดตามรัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิงและทหารเป่ยฮั่นก็บุกมายังลานประหารและถามฟู่หย่าว่านำตัวองค์ชายรัชผู้สืบสกุลของพวกตนไปซ่อนไว้ที่ไหน เมื่อฟู่หย่าตอบว่าอยู่ที่จวนของจิ้งหวัง (อี้ฟาง) อี้ฟางก็แย้งว่าฟู่หย่าจับรัชผู้สืบสกุลเป่ยฮั่นเป็นตัวประกัน แล้วรัชผู้สืบสกุลจะมาอยู่ที่จวนของตนได้อย่างไร พอรู้ว่าฟู่หย่าก่อเรื่องร้ายแรงกว่าที่คิดฮ่องเต้ก็รู้สึกหนักใจ อี้ฟางขอให้ฮ่องเต้ยอมเสียสละพระธิดาเพื่อให้ไม่ให้มีเรื่องบาดหมางกับเป่ยฮั่น โดยอ้างว่าทัพเป่ยฮั่นอดทนกว่าของแคว้นฉู่มาก สมุนของอี้ฟางมองว่าเรื่องราวบานปลายจนเปลี่ยนเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างสองแคว้น จึงโยนให้ฮ่องเต้เป็นคนตัดสินพระทัยว่าจะลงโทษพระธิดาไหม อย่างไร

เรื่องย่อ ลุ้นรักอีกที…นา มีแร (Marry Him If You Dare) ตอนที่ 10

คิมชินทำหน้าสะดุ้งและถามว่าคุณอยากให้เขาถอดเสื้อผ้านำเสนอข่าวอย่างนั้นหรือ ประธานลีมองคิมชินครู่หนึ่งแล้วแย้งว่าเขาไม่มีซิกแพค คิมชินถามว่าที่คุณถอดตนออกแล้วเอาเด็กใหม่ไร้ประสบการณ์มาทำหน้าที่ผู้ประกาศแทนตนเป็นเพราะซิกแพคงั้นหรือ ประธานลีกล่าวว่าดูเด็กใหม่รายงานข่าวแล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวย ถึงแม้จะมีข้อผิดพลาดบ้างแต่ก็น่ารักและตลกดี  คิมชินแย้งว่านั่นไม่ใช่ข้อผิดพลาดแต่เป็นหายนะของแวดวง เขาพยายามชี้ข้อผิดพลาดของเด็กใหม่ ประธานลีจึงกล่าวว่าคิมชินหัวช้าสมร่ำลือจริงๆ คุณถามคิมชินว่าเขาไม่เข้าใจสภาพการณ์จริงๆ หรือ หรือต้องให้ตนบอกตรงๆ ว่าทำไมคิมชินถึงเป็นผู้ประกาศข่าวหลักไม่ได้ 

เพื่อให้นร่วมงานเห็นมีแรพึ่งมาทำงานตอนเที่ยงก็เข้าไปบอกให้คุณรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ครั้นพอมีสายเข้าคุณก็ขอให้มีแรช่วยรับสายลูกค้าก่อน เพราะรู้ว่าคนที่เสื่อมโทรมาคือจอมป่วนที่ชอบขอให้ร้องเพลงแสงอาทิตย์อัสดง มีแรจึงยืนแหกปากร้องเพลงเสียงดังลั่น ก่อนปิดท้ายด้วยการด่าลูกค้าด้วยพูดคำหยาบคาย หัวหน้าแผนกเห็นดังนั้นจึงเผ่านาตำหนิมีแร มีแรเลยถือโอกาสยื่นใบลาออก หัวหน้าแผนกอดเป็นห่วงไม่ได้ว่ามีแรอายุปูนนี้แล้วถ้าขืนลาออกจะทำมาหากินอย่างไร มีแรเลยยื่นหนังสือติวสอบให้หัวหน้าดูแต่ดันเล่มหยิบผิด (คุณหยิบหนังสือติวสอบข้าราชการขั้น 7 ให้หัวหน้าดู) พอรู้สึกตัวว่าหยิบผิดคุณเลยเปลี่ยนเป็นตำราเขียนบทโทรทัศน์ หลังจากนั้นมีแรก็โทรฯ ไปบอกป้ามีแรว่าตนลาออกจากการเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์แล้ว และจะทำตามความฝันด้วยการเป็นนักเขียนบทโทรทัศน์

หลังออกจากห้องประธานลี คิมชินบังเอิญได้พบกับเซจู (ที่พึ่งเดินมาจากห้องทนายปาร์ค และหลุดปากทักคิมชิน) คิมชินจึงถามเซจูว่าเขาเป็นใคร เซจูก้มศีรษะให้คิมชินอย่างนอบน้อมก่อนแนะนำตัวว่าตนเป็นวีเจใหม่ที่จะมาร่วมงานกับทีม 3 ของรายการเช้านี้กับคิมชิน คิมชินแปลกใจที่เด็กใหม่อย่างเซจูมาเดินเพ่นพ่านที่หน้าห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูง บอดี้การ์ดประธานลีเห็นคิมชินตำหนิหลานท่านประธานจึงคิดที่จะเดินไปอธิบาย แต่คิมชินเข้าใจผิดคิดว่าบอดี้การ์ดจะเข้าไปลากตัวเซจูจึงห้ามเอาไว้โดยบอกว่าเซจูเป็นเด็กใหม่ บอดี้การ์ดจะอ้าปากพูดว่าเซจูเป็นใครแต่เซจูส่งสัญญาณเตือนให้ปิดปาก ก่อนแกล้งทำเป็นเฉไฉว่าตนมาผิดชั้นและหันไปก้มศีรษะขอโทษบอดี้การ์ด (ซึ่งก้มศีรษะตอบแบบงงๆ)   

คิมชินพาเซจูลงลิฟต์ไปที่ชั้นทำงานของข้างรายการตน โดยบอกว่าคนกลุ่มนี้กำลังทำงานให้ตนๆ เลยตั้งมั่นว่าจะทุ่มเทเต็มกำลัง เขาอธิบายว่าทีม 1 รับผิดชอบการออกอากาศวันจันทร์กับพฤหัสบดี ทีม 2 รับผิดชอบวันอังคารกับวันศุกร์ ส่วนทีม 3 รับผิดชอบวันพุธกับวันเสาร์ เมื่อพาเซจูมาส่งให้ทีม 3 คิมชินก็วางท่าเช่นเดียวกันกับเป็นหัวหน้าของทุกคน ซ้ำยังบอกให้จูฮยอนซึ่งเป็นหัวหน้าทีม 3 เลื่อนการสัมมนาจากสามทุ่มมาตรงเวลาหนึ่งทุ่ม (เพราะเขาต้องเข้านอนเวลา 3 ทุ่ม) ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นผู้ดำเนินรายการจึงไม่มีความจำเป็นต้องร่วมการสัมมนากับทีมผลิต

เรื่องย่อ ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) ตอนที่ 3

ที่แท้เสียงดังที่กล่าวถึงแล้วเป็นของหญิงชราที่ขายผัก เครื่องประดับ ฯลฯ บนสะพานลอย คุณเล่าเรื่องก็อบลินให้ลูกค้าขาประจำที่ชื่อ "จี ยอนฮี" ฟัง และเปรยว่านั่นเป็นชะตากรรมที่โหดร้ายของก็อบลิน คุณกล่าวว่าก็อบลินที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองเป็นอมตะตนนั้น กำลังท่องไปทั่วทุกหนทุกแห่งในโลกนี้เพื่อให้ตามหา…. หญิงชรายังพูดไม่ทันจบยอนฮีก็ขำกลิ้งและกล่าวว่า "แม้กระทั่งในตอนนี้ก็อบลินก็ยังคงออกตามหาเจ้าสาวและเจ้าสาวคนนั้นก็คือหนู นี่คือสิ่งที่คุณยายจะพูดไม่ใช่เหรอคะ" หลังโดนหัวเราะเยาะหญิงชราจึงโม้ว่าถึงตอนนี้ตนจะอยู่ในวัยชราแต่ก็เคยมีชายหนุ่มๆ เดินตามก้นเป็นพรวน จากนั้นก็บ่นว่าตนไม่น่าพูดเรื่องเจ้าสาวของก็อบลินต่อหน้าคนเป็นแม่ที่โดนทิ้งเลย เมื่อถูกยอนฮีตำหนิว่าใจร้าย หญิงชราเลยชี้ว่าตนช่วยลดราคาผักโขมและผักกาดให้คุณ คนใจร้ายจึงไม่ใช่ตนแต่เป็นผู้ชายที่ทิ้งคุณไป

ยอนฮีกล่าวว่าเรื่องที่หญิงชราเพิ่งจะเล่าให้ตนฟังนั้นน่าเศร้า แต่ก็เป็นคำสาปที่แฝงไว้ด้วยความโรแมนติก เพราะก็อบลินต้องออกตามหาเจ้าสาวเพื่อให้ที่ตนเองจะได้ตายสมปรารถนา คุณหยิบแหวนหยกโบราณในกล่องที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสิ่งของต่างๆ (และผัก) ขึ้นมาดูอย่างชื่นชมพลางบ่นว่าพระเจ้าช่างใจร้าย หญิงชราจึงบอกว่าพระเจ้ามักใจร้ายเสมอ แถมยังเห็นแก่ตัวและขี้อิจฉา ทั้งยังสนใจแต่เรื่องของตนเอง ยอนฮีจึงเปรยว่าฟังดูแล้วเหมือนผู้ชายห่วยแตกบางคน ยอนฮีเก็บแหวนหยกใส่กล่องคืนให้หญิงชราแล้วกล่าวคำอำลาก่อนอวยพรให้ขายดี แต่หญิงชรากลับคว้าข้อมือคุณเอาไว้แล้วเตือนว่า หากคุณอยู่ในระหว่างความเป็นความตายให้ตั้งจิตอธิษฐาน ไม่แน่ว่าบางทีพระเจ้าที่มีจิตใจเมตตาอาจได้ยินคำอธิษฐานของคุณ ("พระเจ้า" ในภาษาเกาหลีคือคำว่า "ชิน" ซึ่งเป็นชื่อของพระเอก)

ณ ปารีส ปี 1968 (พ.ศ. 2511)

ชายชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานเดินมาหยุดยืนที่หน้าอาคารหลังหนึ่งเหมือนกำลังรอใครบางคน เมื่อเด็กชายคนหนึ่งซึ่งมีหลักฐานปรากฏอยู่บนใบหน้าว่าพึ่งถูกรังควานมาหมาดๆ หิ้วกระเป๋าเดินออกมา เขาก็ขวางเอาไว้แล้วเตือนว่า ถ้าหนีออกจากบ้านตอนนี้ชีวิตจะย่ำแย่กว่าเดิมและจะไม่ได้พบแม่อีกต่อไป เด็กชายสงสัยว่าเขาเป็นใครและถามว่าเขาเป็นคนเกาหลีหรือ ชายชายหนุ่มตอบว่าตนเป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น เขาเลื่อนกระถางมาวางขวางบันไดแล้วบอกให้เด็กชายพูดกับพ่อบุญธรรมว่าในเมื่อรับเลี้ยงตนรวมทั้งควรทำตัวเป็นพ่อที่ดี จากนั้นก็ไปวิงวอนจากแม่และบอกแม่ว่าตนได้รับบาดเจ็บ เมื่อเด็กชายบอกให้เขาหลีกทาง เขาจึงเตือนว่าการกรีดข้อมือแบบนั้นไม่ทำให้ถึงตายแต่จะทำให้มือใช้การไม่ได้อีก (เขามองเห็นทั้งที่เด็กใส่เสื้อแขนยาวปิดบังข้อมือ)

เด็กชายถึงกับอึ้งที่ชายชายหนุ่มตรงหน้ารู้เห็นทุกเรื่องเกี่ยวกับตน จากนั้นก็ถามว่าหากตนทำตามคำแนะนำแล้วถูกพ่อตีจนตายเขาจะรับผิดชอบยังไง ชายชายหนุ่มตอบว่าเพราะอย่างงี้ตนถึงช่วยหักซี่โครงของพ่อบุญธรรม พูดจบพ่อบุญธรรมของเด็กชายก็เดินออกจากบ้านด้วยท่าทางเอาเรื่องและจะตรงเข้ารังแกเด็ก แต่เขาสะดุดกระถางต้นไม้ที่วางอยู่บนบันไดทำให้พลัดตกลงมากระแทกพื้นอย่างจังจนซี่โครงหัก ชายชายหนุ่มยื่นอาหารให้เด็กชายไว้ทานตอนกลางวัน จากนั้นก็บอกให้เด็กพูดกับพ่ออย่างที่ตนบอกแล้วค่อยไปโรงเรียน ซ้ำยังบอกด้วยว่าเด็กชายตอบโจทย์วิชาคณิตศาสตร์ผิดหนึ่งข้อและเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้ เด็กชายถามด้วยความสงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่ แต่ชายชายหนุ่มไม่ตอบและเดินจากไป